ข่าวอินโฟเควสท์
01:15 เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งอินโดฯกว่า 100 ราย ตายจากความเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่   นายเวอร์ยัน อาซิส ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินโดนีเ…
00:37 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลง ขณะนักลงทุนเอเชียสนใจซื้อพันธบัตรระยะยาว   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจากเอเชีย โ…
00:26 ราคาทองร่วงใกล้นิวโลว์ 4 เดือน สวนทางดอลลาร์แข็ง,ตลาดหุ้นพุ่ง   ราคาทองร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในวันนี้ สวนทางการดีดตัวขึ้นของดอลลาร์…
00:09 ราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 1% นิวไฮ 6 เดือน กังวลสหรัฐยกเลิกผ่อนผันนำเข้าน้ำมันอิหร่าน   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI พุ่งกว่า 1% ใกล้ระดับสูงสุดในร…
23:33 ดอลลาร์ปรับตัวแคบใกล้ 112 เยน ก่อนประชุม BOJ สัปดาห์นี้   ดอลลาร์ปรับตัวในช่วงแคบใกล้ 112 เยน ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (B…

BGC คาดรายได้ปี 62 โตหลักเดียว หลังรับแรงกดดันศก.ในประเทศยังไม่ฟื้นดี ปรับแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้ตปท.เป็น 10%

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561 17:27:46 น.

นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส (BGC) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 62 จะเติบโตตัวเลขหลักเดียว หลังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยในประเทศจากการที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน และภาคการท่องเที่ยวไทยยังชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3/61 เป็นต้นมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเครื่องดื่มทุกประเภท โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นผู้บริโภครายหลัก

หลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงไปมาก ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเครื่องดื่มของลูกค้า และส่งผลกระทบมาสู่การสั่งผลิตขวดแก้วที่ลูกค้าสั่งกับบริษัท ทำให้รายได้ของบริษัทในช่วงตั้งแต่ไตรมาส 3/61 ไปจนถึงปี 62 อาจจะยังโตได้ไม่มากนัก แต่มองว่าการเลือกตั้งในปี 62 จะเป็นปัจจัยที่หนุนให้รายได้ยังเติบโตได้ เพราะเป็นช่วงที่จะมีการจัดงานเลี้ยงฉลองกันมาก และในปีหน้ายังมีโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วแห่งใหม่ที่จังหวัดราชบุรี เข้ามาเสริมกำลังการผลิตเต็มปี โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 3,495 ตัน/วัน ใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 92-93% ของกำลังการผลิตทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องปรับกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ โดยในปี 62 จะเน้นการขยายงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งยังคงเน้นรับจ้างผลิตขวดแก้วให้กับลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนาม ที่บริษัทได้แต่งตั้งตัวแทนในเมืองโฮจิมินห์ไปก่อนหน้านี้ และในประเทศออสเตรเลียที่บริษัทได้ลูกค้าเป็นบริษัทเบียร์รายใหญ่ในออสเตรเลีย คือ Lion Beer

อีกทั้งบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าในประเทศอินเดียที่เป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ และผสมแอลกอฮอล์ ซึ่งในปี 62 คาดว่าจะได้ข้อสรุปและแต่งตั้งเป็นตัวแทน โดยมองว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการบริโภคเครื่องดื่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนประชากรเป็นจำนวนมาก ส่วนในกลุ่มยุโรปบริษัทได้เดินทางไปศึกษาตลาด แต่ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะมีการแข่งขันที่สูงจากผู้ผลิตขวดแก้วในยุโรป แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ดีในเรื่องการใช้แก้วที่เพิ่มขึ้น หลังมีการรณรงค์ลดการใช้พลาสติก ซึ่งในปี 62 บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได่จากต่างประเทศเพิ่มเป็น 10% จากปีนี้ที่ 7-8%

อย่างไรก็ตามบริษัทจะพยายามผลักดันให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการควบคุมต้นทุนการผลิต ประกอบกับบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสถาบันการเงินลดลงในปี 62 หลังจากที่นำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ไปชำระหนี้จำนวน 800-1,000 ล้านบาท ในช่วงปลายปีนี้ และทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงต่ำกว่า 2% จากปัจจุบันที่ 3.3%

ส่วนในปีนี้คาดว่ารายได้ จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้โต 5-10% หลังจากที่ 9 เดือนที่ผ่านมารายได้บริษัทลดลง 10% เพราะปัจจัยในประเทศทั้งเศรษฐกิจที่ไม่ฟื้นตัวดี และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงเข้ามากระทบต่อยอดขายของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และกระทบมาถึงบริษัทด้วย แต่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/61 คาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 3/61 เนื่องจากโรงงานบรรจุภัณฑ์แก้วแห่งใหม่ในจังหวัดราชบุรี ได้เริ่มดำเนินการผลิต และเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่มีงานเฉลิมฉลองและจัดเลี้ยง ช่วยหนุนให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/61 จะเห็นการฟื้นตัวขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง