ข่าวอินโฟเควสท์
18:00 นายกฯ อังกฤษเตรียมนำเสนอข้อตกลง Brexit ที่ดีกว่าเดิมให้รัฐสภาพิจารณา   นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุในบทความในหนังสือพิมพ์เดอะซันเดย์ไ…
17:50 จีนเผยยอดขายรถมือสองเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนเม.ย.   สมาคมผู้ค้ายานยนต์ของจีน (CADA) รายงานว่า ยอดขายรถมือสองของจีนเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนเม.ย. …
16:15 โพลล์เผยชาวญี่ปุ่น 61% หนุน "อาเบะ" พบผู้นำเกาหลีเหนือแบบไม่มีเงื่อนไข   ผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดเปิดเผยว่า ชาวญี่ปุ่นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 61.…
15:18 จีนเตือน 4 เมืองควบคุมราคาบ้าน หลังพุ่งสูงตลอดสามเดือน   กระทรวงที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเขตเมือง ชนบทของจีน ประกาศเตือนให้เทศบาลเมืองฝอซาน ซูโจว…
14:21 ปธน.อิรักพบทูตอิหร่าน ขณะสถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด   นายบาร์ฮาม ซาลีห์ ประธานาธิบดีอิรัก ได้พบกับนายอิราจ มาสเจดี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจ…

TKT คาดปี 62 พลิกมีกำไร เชื่อยอดขายโตตามอุตฯฟื้น-ปรับปรุงธุรกิจเพ้นท์สีทำมาร์จิ้นเพิ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 14 ธันวาคม 2561 17:28:01 น.

นายปรีชา เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม (TKT) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าผลประกอบการปี 62 มีโอกาสพลิกทำกำไรได้ ส่วนรายได้คาดว่าจะเติบโต 15% หรือไม่ต่ำกว่า 1.3 พันล้านบาท และเติบโตใกล้เคียงปี 57 ที่มีรายได้ 1.6 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 19.45 ล้านบาท เป็นไปตามแนวโน้มภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดว่าจะยอดการผลิตรถยนต์จะเติบโตราว 3-5% จากปีนี้คาดอยู่ที่ 2.1 ล้านคัน โดยปัจจุบันเริ่มมีการสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากลูกค้ารายใหญ่มากขึ้น

บริษัทมองว่าผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยขณะนี้บริษัทมีงานในมือ (backlog) มูลค่าราว 200 ล้านบาท คาดว่าสามารถทยอยส่งมอบและรับรู้เป็นรายได้ในปี 62 ราว 140-150 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดว่าจะรับรู้ได้ทั้งหมดภายในปี 63 ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากงานฉีดและพ่นสีส่วนพลาสติก 90% และจากงานออกแบบและทำแม่พิมพ์ 10%

ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการบริหารจัดการบุคลากรในธุรกิจงานฉีดและพ่นสีส่วนพลาสติกให้มีการเรียนรู้และความเชี่ยวชาญมากขึ้น และมีความผิดพลาดน้อยลง ทำให้อัตรามีการผลิตเสียลดลง ทั้งนี้ บริษัทคาดหวังให้ธุรกิจดังกล่าวสามารถสร้างผลประกอบการเป็นบวกและสามารถทำกำไรมากขึ้นในปีหน้า

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนเครื่องจักรที่สามารถผลิตชิ้นส่วนพลาสติกเพิ่มมูลค่าเข้ามาจำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 27 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบการผลิต คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้เต็มประสิทธิภาพภายในต้นปี 62 โดยมองว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตในปีหน้าสูงกว่า 70% จากปัจจุบัน 67%

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในปี 61 คาดว่าจะยังไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมายังมีงานที่ออกมามีผลผลิตที่เสียหายจำนวนมาก เนื่องจากเพิ่งมีการเริ่มดำเนินการปรับปรุงบุคลากรให้มีมาตรฐานมากขึ้น แต่เชื่อว่าผลประกอบการจะขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

"เรายังไม่สามารถสร้างผลประกอบการให้เกิดกำไรได้ในปีนี้ ซึ่งผมและทีมงานทุกคนตระหนักในความเร่งด่วนและพวกเราได้พยายามอย่างเต็มที่ในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงจุดนี้ เรามีความมั่นใจว่าปีหน้าเป็นปีที่ดีของเราและเราจะมีการพัฒนาที่สำคัญเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตยั่งยืนให้กับองค์กรเราต่อไป"นายปรีชา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง