ข่าวอินโฟเควสท์
23:26 เอ็กซิทโพลล์เผยพรรครัฐบาลคว้าชัยเลือกตั้งอินเดีย เล็งหารือพันธมิตรพรุ่งนี้   เอ็กซิทโพลล์ บ่งชี้ว่า พรรคภารติยะ ชันนะตะ (BJP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบา…
23:16 จีนโชว์ผลตรวจสอบสินค้า "หัวเว่ย" ในยุโรป เผยไม่พบช่องโหว่อย่างที่สหรัฐโจมตี   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบสินค้า…
22:58 กระทรวงต่างประเทศจีนเผยสหรัฐคือสาเหตุเจรจาคว้าน้ำเหลว ชี้เป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายเรีย…
22:40 ประธาน FCC ออกตัวสนับสนุนแผนควบกิจการ "สปรินท์-ทีโมบาย" ลุ้นไฟเขียว   นายอาจิด ไพ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ได้แ…
22:21 "ฟอร์ด มอเตอร์" ประกาศปรับลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ตามแผนปรับโครงสร้าง   บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ประกาศแผนปรับลดพนักงานลงป…

ฟิทช์ ชี้ PTTEP ชนะประมูลแหล่งก๊าซฯจะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองและการผลิตของกลุ่ม ปตท.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 17:30:10 น.

บริษัท ฟิทช์เรทติ้ง จำกัด กล่าวว่า บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ.ชนะการประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณที่จะช่วยเพิ่มสถานะปริมาณสำรองและการผลิตปิโตรเลียมของกลุ่มบริษัท ปตท.

ปตท.สผ.เป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของ บมจ.ปตท. (PTT) (อันดับเครดิต BBB+/AAA(tha)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งผลการประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ได้ทำให้ความเสี่ยงของการต่ออายุสัมปทานของแหล่งบงกชหมดไป อีกทั้งสัดส่วนการถือหุ้นของ ปตท.สผ.ในแหล่งบงกชจะเพิ่มขึ้นเป็น 100% จากปัจจุบันที่ 66.67% และในส่วนของแหล่งเอราวัณจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% จากปัจจุบันที่มี 5% ใน Contract 3 เท่านั้น (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งเอราวัณ)  โดย ปตท.สผ.จะเป็นผู้ดำเนินการในแหล่งเอราวัณตั้งแต่ปี 2565

การผลิตปิโตรเลียมของ ปตท.สผ.จากแหล่งผลิตทั้งสองนี้หลังจากได้ต่ออายุสัมปทานใหม่ตั้งแต่ปี 2565 จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันโดยเฉลี่ย (ปริมาณการผลิตทั้งปี) โดยอ้างอิงจากการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันสำหรับแหล่งบงกช และ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันสำหรับแหล่งเอราวัณ โดยเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 70,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันโดยเฉลี่ย ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตของปริมาณการขายปิโตรเลียมในปี 2565-2566

อย่างไรก็ตาม ราคาขายก๊าซธรรมชาติจากทั้งสองแหล่งมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าราคาในสัมปทานปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการปรับราคาขายตามอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันแล้วก็ตาม ปตท.สผ.คาดว่าจะลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้ แต่การประหยัดต้นทุนนั้นไม่น่าที่จะสามารถชดเชยราคาขายที่ลดลงได้ทั้งหมด ซึ่งอาจจะส่งผลให้อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ลดลง

ข้อกำหนดที่สำคัญสำหรับการต่ออายุโครงการคือ ผู้ดำเนินการจะต้องผลิตก๊าซธรรมชาติอย่างน้อย 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันจากแหล่งบงกช และ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันจากแหล่งเอราวัณ ซึ่ง ปตท.สผ.ในฐานะผู้ดำเนินการปัจจุบันในแหล่งบงกช และผู้ดำเนินการในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติที่มีความชำนาญในอ่าวไทย น่าจะสามารถรักษาปริมาณการผลิตของแหล่งดังกล่าวให้อยู่มากกว่าปริมาณการผลิตขั้นต่ำตามสัมปทานได้

ฟิทช์คาดว่าสถานะของปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของ ปตท.จะดีขึ้นหลังจากการต่อสัญญาสัมปทาน ณ สิ้นปี 2560 โครงการเอราวัณ และโครงการบงกชมีปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้ว (proved reserves) อยู่ที่ประมาณ 77 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบและ 243 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบตามลำดับ อ้างอิงจากรายงานประจำปีของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกระทรวงพลังงาน ปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้วมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งบงกช เนื่องจาก ปตท.สผ.จะเป็นผู้ดำเนินการต่อเนื่องและจะยังคงการสำรวจและพัฒนาพื้นที่ในสัมปทานต่อไป ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่พิสูจน์แล้วต่อการผลิตได้ (proved reserve life)

รมว.พลังงาน ประกาศว่า ปตท.สผ.ได้รับสิทธิในการสำรวจและผลิตแหล่งเอราวัณและบงกช ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (production sharing contract) สัญญาดังกล่าวคาดว่าจะมีการลงนามภายในสิ้นไตรมาสแรกของปี 2562 โดยสัญญาสัมปทานบงกชและเอราวัณเดิมมีกำหนดจะหมดอายุในปี 2565-2566

ข่าวที่เกี่ยวข้อง