ก.ล.ต. ร่วมลงนาม MoU 3 หน่วยงาน เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดี สร้างความเชื่อมั่นแก่ปชช.ในตลาดทุน

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday December 28, 2018 16:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ก.ล.ต. ร่วมลงนาม MoU 3 หน่วยงาน เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดี สร้างความเชื่อมั่นแก่ปชช.ในตลาดทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ กรมบังคับคดี และสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีกับผู้กระทำความผิด เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งสาม สนับสนุนการทำหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และความเชี่ยวชาญ ในการป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และสามารถรวบรวมทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดหรือจำเลย มาชำระค่าปรับทางแพ่งหรือชดใช้เงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานทั้งสาม รวมทั้งการดำเนินการบังคับคดีกับผู้ต้องโทษปรับในคดีอาญา เพื่อยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของผู้ต้องโทษปรับมาใช้ค่าปรับอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้กฎหมาย

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ มีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน การบังคับคดีกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรม จะมีผลในเชิงการยับยั้งและป้องปรามการกระทำผิดในอนาคตได้

"การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งเสริมให้ตลาดทุนเป็นแหล่งลงทุน และระดมทุนที่มีความน่าเชื่อถือ และมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ" นายรพีกล่าว

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า การลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการบูรณาการการทำงานที่สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการบังคับคดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน อันจะเป็นการเสริมสร้างความเป็นธรรม ความเชื่อมั่น และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการบังคับใช้กฎหมาย

นายชาตรี สุวรรณิน อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุด มีภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ มีความสำคัญในการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีกับผู้ต้องโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 การบังคับคดีกรณีผิดสัญญาประกัน การบังคับคดีแพ่งและคดีปกครองแทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่พนักงานอัยการรับดำเนินคดีให้มีระบบฐานข้อมูลลูกหนี้ตามคำพิพากษา งานตรวจสอบสถานะและทรัพย์สิน โดยคำสั่งของพนักงานอัยการในการขอให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สิน ถือเป็นคำบังคับของพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ตามที่พระราชบัญญัติองค์การอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 23 กำหนดไว้ ผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 168 หรือมาตรา 169 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"การพัฒนางานด้านการบังคับคดีนั้น มีความจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ได้ฐานข้อมูลที่กว้างขวางและครอบคลุมมากขึ้น ดังนั้น การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งที่จะส่งผลให้การพัฒนางานบังคับคดีในคดีรักษาผลประโยชน์ของรัฐ การยับยั้งและปราบปรามผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในตลาดทุน อันจะทำให้รัฐได้รับประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจจากการดำเนินการบังคับคดีอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป"

ทั้งนี้ การดำเนินการตามที่ตกลงกันในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จะต้องสอดคล้องกับกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับที่หน่วยงานทั้งสามเป็นผู้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย และจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับประโยชน์สาธารณะซึ่งหน่วยงานทั้งสามมีหน้าที่กำกับดูแล


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ