FSMART ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% จากธุรกิจตู้เติมเงิน-2 ธุรกิจใหม่ที่คาดเริ่มดำเนินการปีนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 13:37 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

FSMART ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% จากธุรกิจตู้เติมเงิน-2 ธุรกิจใหม่ที่คาดเริ่มดำเนินการปีนี้

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บมจ. ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทฯวางเป้าหมายการเติบโตของยอดเติมเงินประมาณ 10% จากบริการใหม่ๆหน้าตู้ และธุรกิจต่อยอดที่เพิ่มเข้ามา เช่นเดียวกับรายได้ที่ตั้งเป้าการเติบโตที่ 10% โดยจะมาจากธุรกิจตู้เติมเงินในทุกช่องทาง รวมถึงธุรกิจใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปีนี้

โดยบริษัทฯ มีแผนลงทุนในปีนี้ประมาณ 200-300 ล้านบาท โดยจะมีการขยายการติดตั้งตู้บุญเติมเพิ่ม 5,000 ตู้ในทำเลที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนตู้เดิมไปในทำเลที่มีศักยภาพเพื่อบริหารจัดการยอดเติมเงินเฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือน(ARPU) ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา อีกทั้ง จะเพิ่มบริการใหม่ๆหน้าตู้เติมเงินเพื่อให้ครบวงจรในการใช้งานมากขึ้น อาทิ เพิ่มการขายประกันหน้าตู้ การเพิ่ม banking agent อีก 1 ธนาคาร จากล่าสุดธนาคารออมสิน ธนาคารที่ 4 ได้แต่งตั้งให้ตู้บุญเติมเป็นหนึ่งตัวแทนในการบริการรับฝาก-โอนเงิน ซึ่งจะเพิ่มรายได้ในช่องทางการโอนเงินได้มากขึ้นตามลำดับ ขณะเดียวกัน บริษัทจะเริ่มดำเนินการต่อยอดธุรกิจตู้เติมเงิน ด้วยการจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ และบริการพิสูจน์ตัวตน ( Electronic Know Your Customer-e-KYC) สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์และลงทะเบียนซิซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเพื่อช่วยขยายฐานผู้ใช้บริการและเพิ่มยอดเฉลี่ยการใช้บริการผ่านตู้ให้มากขึ้น คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี

FSMART ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% จากธุรกิจตู้เติมเงิน-2 ธุรกิจใหม่ที่คาดเริ่มดำเนินการปีนี้

ทั้งนี้ การเพิ่มบริการหน้าตู้เติมเงินบุญเติมยังช่วยสนับสนุนให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยมียอดทำรายการกว่า 2.01 ล้านรายการต่อวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริการโอนเงินที่ในปีที่ผ่านมาบุญเติมเป็นตัวแทนให้ 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ที่มีการใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนรายการโอนเงินเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 30,006 รายการ เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ซึ่งมีอยู่ 23,062 รายการ หรือเพิ่มขึ้น 30.1%

อย่างไรก็ตาม ช่องทางการเติมเงินยังเป็นช่องทางรายได้หลักจากจำนวนผู้ใช้งานกว่า2 3 ล้านเลขหมาย ซึ่งทั้งหมดสนับสนุนให้ ณ สิ้นปี 2561 บริษัทฯมียอดเติมเงินรวมอยู่ที่ 41,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดเติมเงินอยู่ที่ 36,175 ล้านบาท

นอกจากธุรกิจหลักที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันแล้ว นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทฯมีแผนขยายอีก 2 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ และสถานีบริการชาร์จ/เปลี่ยนแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยธุรกิจปล่อยสินเชื่อคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 2 โดยทางบริษัทฯจะดำเนินการในเครือข่ายตัวแทนบุญเติมที่ปัจจุบันมีเกือบ 100,000 รายก่อน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องใบอนุญาตกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ส่วนสถานีบริการชาร์จ/เปลี่ยนแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จะเริ่มเปิดให้บริการได้ช่วงครึ่งปีหลัง โดยเบื้องต้นประมาณ 10 สถานีในเขตกรุงเทพมหานคร ก่อนขยายพื้นที่ตามแนวทางของกลุ่มพันธมิตรต่อไป

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงมองหาบริการเพิ่มเติมโดยศึกษาจากพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเพื่อตอบโจทย์การใช้งานให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงการศึกษาธุรกิจใหม่ๆเพื่อเพิ่มช่องทางการหารายได้ในอนาคต

สำหรับผลประกอบการปี 2561 บริษัทฯมีรายได้รวมจากธุรกิจหลัก 3,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% และกำไรสุทธิ 583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีรายได้ 3,105 ล้านบาท และกำไร 543 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4 /2561 บริษัทฯมีรายได้รวม 819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% และกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 833 ล้านบาท และกำไร 122 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรดังกล่าวมาจากการขยายจุดติดตั้งตู้บุญเติมที่ขณะนี้มีจำนวน 130,053 ตู้ทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 5,400 ตู้ ควบคู่ไปกับการการโยกย้ายทำเลที่มีศักยภาพมากขึ้น และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯมีมติจ่ายเงินปันผล สำหรับงวดครึ่งปีหลังอีกในอัตราหุ้นละ 0.32 บาท/หุ้น กำหนดจ่ายในวันที่ 29 เมษายน 2562 โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record date) ในวันที่ 18 มีนาคม 2562 ทำให้ทั้งปีบริษัทฯจ่ายเงินปันผลรวม 0.62 บาท/หุ้น


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ