ทริสฯ คงอันดับเครดิตองค์กร RP ที่ "BB+" แนวโน้ม "Stable"

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday February 28, 2019 14:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด คงอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ (RP) ที่ระดับ "BB+" โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงธุรกิจเดินเรือเฟอร์รี่ของบริษัทในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่มีสถานะมั่นคงบนเส้นทางจากท่าเรือดอนสักถึงเกาะสมุยและเกาะพะงัน รวมไปถึงอัตราหนี้สินต่อส่วนทุนที่คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการที่บริษัทมีขนาดธุรกิจที่เล็ก ตลอดจนการกระจุกตัวของพื้นที่ในการเดินเรือ และค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการบำรุงรักษากองเรือเฟอร์รี่ที่มีสภาพค่อนข้างเก่า

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

สถานะที่มั่นคงในธุรกิจเดินเรือเฟอร์รี่ ธุรกิจของบริษัทนั้นมีความมั่นคงโดยพิจารณาจากความผันผวนของธุรกิจที่อยู่ในระดับต่ำและการมีคู่แข่งจำนวนน้อยราย ทั้งนี้ ในบริเวณท่าเรือดอนสักมีผู้ให้บริการเดินเรือเฟอร์รี่เพียง 2 รายเท่านั้น ในขณะเดียวกัน อุปสรรคในการเข้าสู่ธุรกิจนี้ก็อยู่ในระดับสูงเนื่องจากผู้ให้บริการจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตก่อน อีกทั้งที่ดินเพื่อสร้างท่าเรือใหม่ก็มีราคาที่สูงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินบนเกาะสมุย โอกาสที่จะมีสิ่งที่จะมาทดแทนการให้บริการเรือเฟอร์รี่นั้นก็มีต่ำเนื่องจากเรือเฟอร์รี่ยังคงเป็นระบบการขนส่งเพียงระบบเดียวที่สามารถขนย้ายพาหนะไปมาระหว่างเกาะสมุยและเกาะพะงันได้

บริษัทเป็นผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัทมีการเสริมความสามารถในการให้บริการอย่างต่อเนื่องโดยการซื้อเรือเฟอร์รี่มือสองจำนวน 3 ลำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บริษัทมีเรือเฟอร์รี่ทั้งหมดรวม 15 ลำ ณ เดือนธันวาคม 2561 การมีขนาดกองเรือที่ใหญ่ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารการเดินเรือได้อย่างยืดหยุ่นและมีจำนวนรอบการให้บริการที่มากกว่าคู่แข่ง ตัวอย่างเช่น บริษัทสามารถเพิ่มจำนวนรอบของเที่ยวเรือในช่วงที่มีความต้องการสูงได้หรือยังสามารถรักษาการเดินเรือให้เป็นไปตามตารางเวลาแม้ว่าเรือบางลำจะไม่สามารถให้บริการได้ก็ตาม

นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของท่าเรือสากลถึง 2 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือดอนสักและท่าเรือเกาะสมุย ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมการขึ้นเรือ ลงเรือ และให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

ขนาดธุรกิจที่ยังเล็กและความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของพื้นที่ ขนาดของธุรกิจที่เล็กแสดงถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่จำกัดและความสามารถในการแบกรับภาระหนี้ที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ รายได้ของบริษัทยังขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุยเป็นอย่างมากอีกด้วย

ทริสเรทติ้งเห็นว่าขนาดของตลาดที่เล็กและแหล่งรายได้ที่ไม่กระจายตัวจะเป็นปัจจัยปิดกั้นโอกาสในการเติบโตของบริษัทในระยะยาวและส่งผลให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านลบที่เกิดในพื้นที่ดำเนินธุรกิจของบริษัท

สภาพกองเรือที่เก่าทำให้ภาระค่าบำรุงรักษาเพิ่มมากขึ้น นโยบายของบริษัทที่มีเป้าหมายในการซื้อเรือเฟอร์รี่มือสองเป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงสาเหตุของการมีกองเรือที่มีอายุมากโดยอายุเฉลี่ยของเรือเฟอร์รี่ของบริษัทอยู่ที่ 35 ปี อายุเรือที่มากเป็นปัจจัยลดทอนความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวของบริษัทซึ่งเห็นได้จากค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องหยุดให้บริการนานขึ้นเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษาเรือเฟอร์รี่บางลำ

แนวโน้มการเติบโตในระดับปานกลาง ความเป็นที่นิยมของเกาะสมุยและเกาะพะงันยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ของบริษัท ทั้งนี้ รายได้จากการขนส่งยานพาหนะคิดเป็นสัดส่วนเกือบสองในสามของรายได้ต่อปีของบริษัท ในขณะที่รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารคิดเป็น 25%-30% โดยประมาณ และรายได้ส่วนที่เหลือมาจากการขายของชำและการให้บริการรถตู้

ระหว่างปี 2557 ถึงปี 2561 จำนวนยานพาหนะที่บริษัทขนส่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6.8% ต่อปี โดยในปี 2561 บริษัทได้ขนส่งยานพาหนะจำนวน 639,000 คันโดยประมาณ หรือเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากที่ลดลง 1.6% ในปี 2560 ในทางตรงกันข้าม จำนวนผู้โดยสารมีความผันผวนและอ่อนไหวต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากกว่า โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการของบริษัทเพิ่มขึ้นเพียง 0.7% ต่อปี ส่วนล่าสุดในปี 2561 นั้น จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 0.9% เป็น 1.18 ล้านคน

เรือเฟอร์รี่ของบริษัทยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับขนส่งผู้โดยสารได้อีกมาก โดยจำนวนผู้โดยสารที่บริษัทบรรทุกได้ในปี 2561 คิดเป็นเพียงราว ๆ 16% ของความสามารถในบรรทุกสูงสุด ในขณะที่จำนวนยานพาหนะที่บริษัทบรรทุกอยู่ที่ประมาณ 73% ของความสามารถในการบรรทุกสูงสุด เนื่องจากยังมีที่นั่งเหลือสำหรับนักเดินทางจำนวนมาก บริษัทจึงได้พยายามที่จะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในหลาย ๆ วิธี อาทิ การจัดตั้งหน้าร้านขายตั๋วโดยสารในกรุงเทพฯ การว่าจ้างบริษัทรถโดยสารประจำทางเพื่อให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ไปยังท่าเรือดอนสักโดยตรง รวมไปถึงการวางแผนจะเปิดเส้นทางใหม่สู่เกาะพะลวยซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ใกล้เกาะสมุย เป็นต้น

ราคาน้ำมันและต้นทุนการบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันผลกำไร ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2561 นั้นอ่อนแอกว่าที่ทริสเรทติ้งคาดไว้ โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) ของบริษัทลดลงเหลือ 17.1% ในปี 2561 จาก 18.6% ในปี 2560 เนื่องจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยราคาเฉลี่ยของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นถึง 9.8% เป็น 28.2 บาทต่อลิตรในปี 2561 จาก 25.7 บาทต่อลิตรในปี 2560 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทก็เพิ่มขึ้นเช่นกันเนื่องจากเรือเฟอร์รี่บางลำครบกำหนดการซ่อมแซมครั้งใหญ่ รวมถึงการที่บริษัทต้องดำเนินโครงการเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเรือเฟอร์รี่จากผลของกฎข้อบังคับด้านความปลอดภัยที่มีความเข้มงวดมากขึ้นหลังการเกิดเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มในบริเวณเกาะภูเก็ตเมื่อปีที่แล้ว

ในอนาคตทริสเรทติ้งคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ในช่วงระหว่าง 18%-20% การเติบโตในระดับปานกลางของจำนวนยานพาหนะที่มาใช้บริการขนส่งจะส่งผลให้อัตราการใช้ประโยชน์ของกองเรือเฟอร์รี่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลกำไรฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมีค่าใช้จ่ายสำหรับการบำรุงรักษาและการปรับปรุงด้านความปลอดภัยต่อไปในปี 2562 และอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อผลกำไรและอัตราการทำกำไรจากอายุของกองเรือที่สูง ความเสี่ยงด้านลบอื่น ๆ นั้นอาจเกิดจากความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซลและเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงต่าง ๆ อาทิ อุทกภัยหรือพายุในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

หนี้สินจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้ของบริษัทจะอยู่ในระดับต่ำในช่วง 3 ปีข้างหน้าเนื่องจากบริษัทตัดสินใจชะลอแผนการซื้อเรือมือสองออกไป ส่งผลให้เงินลงทุนของบริษัทลดลงซึ่งจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินได้ ทริสเรทติ้งคาดว่าเงินลงทุนซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเรือและการปรับปรุงท่าเรือของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 190 ล้านบาทในปี 2562 และ 130 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อทุนของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นแต่ไม่เกินระดับ 30%

บริษัทมีสถานะสภาพคล่องที่เพียงพอโดยได้รับการสนับสนุนจากเงินสดในมือและเงินทุนจากการดำเนินงานที่แน่นอน แหล่งเงินทุนหลักในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะประกอบด้วยเงินทุนจากการดำเนินงานจำนวน 130 ล้านบาทและเงินสดในมืออีก 128 ล้านบาท ในขณะที่การชำระหนี้เงินกู้ในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 38 ล้านบาทและการจ่ายเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ที่ 25 ล้านบาทต่อปี

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

รายได้ของของบริษัทจะเพิ่มขึ้น 4%-5% ต่อปีในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า

ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะค่อย ๆ ฟื้นตัวเป็นประมาณ 18%-20%

บริษัทจะมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายรายปีอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันที่แข็งแกร่งและตำแหน่งทางการตลาด พร้อมทั้งยังคงรักษาสถานะทางการเงินในระดับที่ดีเอาไว้ได้ ทั้งนี้ เส้นทางเรือข้ามฟากไปยังเกาะสมุยและเกาะพะงันจะยังคงเป็นแหล่งสร้างรายได้และปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลักของบริษัท

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง อันดับเครดิตอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทสามารถขยายฐานของกระแสเงินสดให้กว้างขึ้นและมีแหล่งรายได้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นซึ่งอาจเกิดจากความสำเร็จในการขยายเส้นทางเรือเฟอร์รี่ใหม่นอกเขตพื้นที่เกาะสมุยหรือจากการสร้างธุรกิจใหม่

อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากสถานะทางการเงินของบริษัทถดถอยลงและ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจหรือโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งอาจจะปรับลดอันดับเครดิตลงหากสภาพคล่องของบริษัทตึงตัวมากขึ้น อันอาจจะเนื่องมาจากการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากก็ได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ