"ออลอินสไปร์"คาดนำหุ้นเข้าเทรดใน mai ต้น พ.ค เตรียมเดินสายโรดโชว์หลังสงกรานต์

ข่าวหุ้น-การเงิน 14 มีนาคม พ.ศ. 2562 13:01 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ.ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ (ALL) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตแบบคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน (IPO) ของ ALL แล้ว บริษัทจึงเตรียมนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุน (โรดโชว์) ทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป ก่อนที่จะมีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 150 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.79% ของจำนวนหุ้นหลัง IPO คาดว่าจะเริ่มเดินสายโรดโชว์ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ และจะนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนสถาบันจำนวน 5-6 แห่ง เบื้องต้นคาดว่าจะนำหุ้น ALL เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ได้ในช่วงเดือน พ.ค.นี้

ทั้งนี้ นายเล็ก มองว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ปรับตัวขึ้น-ลงจากปัจจัยภายในประเทศเองและปัจจัยภายนอกประเทศ แต่บริษัท ไม่ได้กังวลต่อปัจจัยดังกล่าว เนื่องจาก ALL มีจุดแข็งในการเป็นกลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งคอนโดมิเนียมเบบ Low Rise และ High Rise ภายใต้แบรนด์ ดิเอ็กเซล, ไรส์และอิมเพรสชั่น ทาวน์โฮมภายใต้แบรนด์ เดอะวิชั่น

โดยเป็นโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทเองและภายใต้กิจการร่วมค้าอีก 3 บริษัท คือ บริษัท ออลล์อินสไปร์-สุขุมมวิท 50 จำกัด (ALL Hoosiers) พัฒนาโครงการ The Excel Hideaway Sukhumvit 50 ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise, บริษัท เอเอชเจ เอกมัย จำกัด (AHJ Ekkamai) พัฒนาโครงการ Impression เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise และบริษัท เอจีทองหล่อ 12 จำกัด (AG Thonglor) พัฒนาคอนโดมิเนียมแบบ High Rise ย่านทองหล่อ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ การเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้ บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด (Thai D) และ ธุรกิจลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จภายใต้ชื่อ "Rise Venture" ดำเนินงานภายใต้บริษัท ไรส์ เอสเตท จำกัด รวมทั้ง ธุรกิจให้บริการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดดำเนินงานภายใต้บริษัท ออลล์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด (ALL Prop)

ส่วนผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 59-61 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมจำนวน 420 ล้านบาท, 714 ล้านบาท และ 2,343 ล้านบาท ตามลำดับ และ มีกำไรสุทธิจำนวน 11 ล้านบาท, 81 ล้านบาท และ 343 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งจากอัตราการเติบโตของบริษัทแสดงถึงสถานะทางการเงินและการเติบโตของบริษัทฯที่แข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด

ด้านนายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ALL กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำไปใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพ และชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันทางการเงิน รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ทั้งนี้ บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่น โดยการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากตลาดทุนและตลาดเงิน สำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในอนาคต

นายธนากร กล่าวอีกว่า แผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 18,250 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียมไฮไรส์ (High Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเลทองหล่อ 12, ทองหล่อ 16 และ โครงการ อิมเพรสชัน เอกมัย (Impression Ekkamai), โครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ (Low Rise) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ ทำเล ลาดพร้าว, สุทธิสาร 20 มิถุนาแยก 5 และลาซาล

ขณะที่ไตรมาส 1/62 บริษัทเปิดขายไปแล้ว 2 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ 1 โครงการ ที่ทำการตลาดต่อเนื่องมาจากปีก่อน คือ โครงการ เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว - นวมินทร์ Phase 1 ทาวน์โฮม 3 ชั้นจำนวน 199 ยูนิต มูลค่าโครงการ Phase 1 ประมาณ 890 ล้านบาท โดยรวม 2 Phase มีทั้งหมด 308 ยนิต มูลค่ารวม 1,391 ล้านบาทโดยประมาณ

และโครงการไฮไรส์คอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ อิมเพรสชั่น เอกมัย ซึ่งเป็นโครงการลักซ์ชูรี เรสสิเดนท์ ICONIC PROJECT เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน จำนวน 380 ยูนิต มูลค่าโครงการทั้งสิ้น 4,800 ล้านบาท โครงการนี้ บริษัท ออลล์ อินสไปร์ฯ ได้ร่วมทุนกับสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นอย่าง ฮูซิเออร์ส โฮลดิ้งส์ (Hoosiers Holdings) และ คิวชู เรล เวย์ คัมปะนี (Kyushu Railway Company) ทั้งนี้ บริษัทคาดทุกโครงการเป็นโครงการที่โดดเด่น ทั้งทำเลที่ตั้งและการ ออกแบบที่เข้าใจความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่ศักยภาพที่มีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้ง และบริเวณพื้นที่แนวระบบขนส่งมวลชนหลักของกรุงเทพฯ เช่น BTS, MRT, การออกแบบที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่ใช้สอย พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งแวดล้อมที่ดี มุ่งเน้นการอยู่อาศัยได้จริงในราคาที่จับต้องได้

นอกจากนั้น การเปิดโครงการใหม่ๆ จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในเซกเมนต์ต่างๆ เช่น กลุ่มลูกค้าวัยทำงาน ระดับรายได้ต่อเดือนประมาณ 25,000-50,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มลูกค้าประเภท Dual Income, No Kids (DINKs) ภายใต้แบรนด์ The Excel หรือ กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงกลางบน ระดับรายได้ประมาณ 40,000-80,000 บาทต่อเดือน ภายใต้แบรนด์ RISE หรือกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลางถึงกลางบน ระดับรายได้ประมาณ 40,000-100,000 บาทต่อเดือน ภายใต้แบรนด์ The Vision หรือกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ระดับสูง ประมาณ 150,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปภายใต้แบรนด์ Impression


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ