ข่าวอินโฟเควสท์
13:06 เดโมแครตเล็งกดดัน"มูลเลอร์"ให้การต่อสภาคองเกรสหลังทราบผลการตรวจสอบกรณีรัสเซีย   พรรคเดโมแครตได้ออกมากดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐมา…
13:00 ผลสำรวจชี้ภาคการผลิตระดับภูมิภาคของสหรัฐเดือนเม.ย.ขยายตัวต่อเนื่อง   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เผยภาคการผลิตในระดับภูมิภาคของสหรัฐข…
12:56 ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดเช้าบวก 2.82 จุด ตลาดแกว่งกรอบแคบหลังยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน-หลายตลาตตปท.ปิดทำการ   ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ …
12:41 "สมคิด" สั่งคลอดมาตรการกระตุ้นศก. คาดเสนอครม.ใน 2 สัปดาห์/คลัง จัดเตรียมงบฯราว 2 หมื่นลบ.   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งกระทรวง…
12:36 BIG LOT: รายการซื้อขายบิ๊กล็อตตลาดหุ้นไทยเช้านี้ (By Time)   หลักทรัพย์ จำนวนหุ้น มูลค่า ราคาเฉลี่ย เวลา (พันบาท) (บาท) BDMS 300,000 7,575.00 2…

ทริสฯ ให้มุมมองอันดับเครดิต-หุ้นกู้ PTTEP ไม่ได้รับผลกระทบหลังซื้อธุรกิจ Murphy ในมาเลเซีย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 26 มีนาคม 2562 10:59:57 น.

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด มีมุมมองว่าอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ไม่ได้รับผลกระทบ จากการซื้อธุรกิจของ บริษัท Murphy Oil Corporation (Murphy) ในประเทศมาเลเซีย

ปตท.สผ. ได้ประกาศซื้อธุรกิจของ Murphy ที่ประเทศมาเลเซียในสัดส่วน 100% ด้วยมูลค่าประมาณ 2,127 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยอาจมีการรับรู้มูลค่าการซื้อเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับผลของการพบปิโตรเลียมของแปลงสำรวจ โดย ปตท.สผ. จะใช้เงินสดที่มีอยู่สำหรับการซื้อกิจการในครั้งนี้ ดังนั้นการซื้อกิจการในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ณ เดือนธันวาคม 2561 บริษัทมีเงินสดในมือที่ 4,001 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ธุรกิจของ Murphy ในประเทศมาเลเซียประกอบด้วย การดำเนินการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวน 2 โครงการ การพัฒนาโครงการก๊าซธรรมชาติ 1 โครงการ และการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ โดยมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้วและที่คาดว่าจะพบ (2P) ประมาณ 274 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ (MMBOE) ตามสัดส่วนการลงทุน สำหรับปี 2561 นั้นมีปริมาณจำหน่ายปิโตรเลียมสุทธิ 48,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (BOED)

ทริสเรทติ้ง มองว่าการซื้อกิจการในครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจของ ปตท.สผ. เมื่อการเข้าซื้อเสร็จสิ้นสมบูรณ์ปริมาณการจำหน่ายปิโตรเลียมของ ปตท.สผ. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 16% จาก 305,522 BOED ในปี 2561 (เมื่อพิจารณาผลกระทบเต็มปี) ในขณะทีปริมาณสำรองปิโตรเลียมของ ปตท.สผ. จะมีอายุเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ปี จากการซื้อกิจการในครั้งนี้

การซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 400-500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ประมาณ 60-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปี 2562-2564 โดยประมาณการ EBITDA ก่อนเข้าซื้อกิจการอยู่ที่ 3,500-4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทริสเรทติ้งเชื่อว่า ปตท.สผ. จะยังคงมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง กิจการที่ซื้อในครั้งนี้สามารถให้ประโยชน์แก่บริษัทได้ในทันที และคาดว่าสินทรัพย์ดังกล่าวจะสร้างกระแสเงินสดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนด้วย

ปัจจุบันทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ของ ปตท.สผ. ที่ระดับ "AAA" และยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ระดับ "AA" โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง