ข่าวอินโฟเควสท์
22:07 ธนาคารกลางฮ่องกงประกาศลดการดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม หวังช่วยพยุงภาคธุรกิจ-เศรษฐกิจจากเหตุประท้วงยืดเยื้อ   ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ประกาศปรับลดอ…
21:36 ปอนด์ร่วง ขณะเจรจา Brexit เข้าใกล้โค้งสุดท้าย   เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงในวันนี้ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต่างจับตาความค…
21:16 รมว.คลังสหรัฐเผย สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจีนตามกำหนด 15 ธ.ค. หากไม่มีการทำข้อตกลง   นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ตนและนายโรเบิร์ต ไ…
21:11 ดาวโจนส์เปิดลบ เหตุนลท.ไม่มั่นใจสหรัฐ-จีนเซ็นดีลการค้า   ดัชนีดาวโจนส์เปิดแดนลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค…
20:14 "ปูติน" เยือนซาอุฯอย่างเป็นทางการ ส่งสัญญาณขยายอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง   ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เดินทางถึงกรุงริยาดห…

ทริสฯ ให้มุมมองอันดับเครดิต-หุ้นกู้ PTTEP ไม่ได้รับผลกระทบหลังซื้อธุรกิจ Murphy ในมาเลเซีย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 26 มีนาคม 2562 10:59:57 น.

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด มีมุมมองว่าอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ไม่ได้รับผลกระทบ จากการซื้อธุรกิจของ บริษัท Murphy Oil Corporation (Murphy) ในประเทศมาเลเซีย

ปตท.สผ. ได้ประกาศซื้อธุรกิจของ Murphy ที่ประเทศมาเลเซียในสัดส่วน 100% ด้วยมูลค่าประมาณ 2,127 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยอาจมีการรับรู้มูลค่าการซื้อเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับผลของการพบปิโตรเลียมของแปลงสำรวจ โดย ปตท.สผ. จะใช้เงินสดที่มีอยู่สำหรับการซื้อกิจการในครั้งนี้ ดังนั้นการซื้อกิจการในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ณ เดือนธันวาคม 2561 บริษัทมีเงินสดในมือที่ 4,001 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ธุรกิจของ Murphy ในประเทศมาเลเซียประกอบด้วย การดำเนินการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวน 2 โครงการ การพัฒนาโครงการก๊าซธรรมชาติ 1 โครงการ และการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 2 โครงการ โดยมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้วและที่คาดว่าจะพบ (2P) ประมาณ 274 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ (MMBOE) ตามสัดส่วนการลงทุน สำหรับปี 2561 นั้นมีปริมาณจำหน่ายปิโตรเลียมสุทธิ 48,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (BOED)

ทริสเรทติ้ง มองว่าการซื้อกิจการในครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจของ ปตท.สผ. เมื่อการเข้าซื้อเสร็จสิ้นสมบูรณ์ปริมาณการจำหน่ายปิโตรเลียมของ ปตท.สผ. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 16% จาก 305,522 BOED ในปี 2561 (เมื่อพิจารณาผลกระทบเต็มปี) ในขณะทีปริมาณสำรองปิโตรเลียมของ ปตท.สผ. จะมีอายุเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ปี จากการซื้อกิจการในครั้งนี้

การซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 400-500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ประมาณ 60-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปี 2562-2564 โดยประมาณการ EBITDA ก่อนเข้าซื้อกิจการอยู่ที่ 3,500-4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทริสเรทติ้งเชื่อว่า ปตท.สผ. จะยังคงมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง กิจการที่ซื้อในครั้งนี้สามารถให้ประโยชน์แก่บริษัทได้ในทันที และคาดว่าสินทรัพย์ดังกล่าวจะสร้างกระแสเงินสดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายสำหรับการลงทุนด้วย

ปัจจุบันทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ของ ปตท.สผ. ที่ระดับ "AAA" และยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนที่ระดับ "AA" โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง