ข่าวอินโฟเควสท์
20:50 ดาวโจนส์พุ่งกว่า 150 จุด ขานรับ"ทรัมป์"คาดสงครามการค้าใกล้ปิดฉาก   ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 150 จุดในวันนี้ ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซ…
20:37 ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ก่อน"ทรัมป์"เยือนญี่ปุ่นพรุ่งนี้   ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน ขณะที่นักลงทุนไม่ต้องการซื้อขายล็อตใหญ่ ก่อนที่ประธานาธิบดีโดน…
20:20 จับตา"ทรัมป์"เยือนญี่ปุ่นพรุ่งนี้ เป็นผู้นำชาติแรกเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิ   ทางการญี่ปุ่นจะคุมเข้มความปลอดภัยในระหว่างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์…
20:09 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งกว่า 100 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทดีดตัว คาดสงครามการค้าใกล้จบ   ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาด…
19:57 สหรัฐเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนร่วงลง 2.1% ในเดือนเม.ย.   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเ…

คิงส์ฟอร์ด คาด SET เม.ย.ทรงตัวในกรอบ 1,620-1,670 จุด รอผลตั้งรัฐบาล-เจรจาการค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 3 เมษายน 2562 14:18:30 น.

นายอภิชัย เรามานะชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คิงส์ฟอร์ด เปิดเผยว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยในเดือน เม.ย.62 คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบระดับ1,620-1,670 จุด เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงรอติดตามผลสรุปประเด็นสำคัญทั้งในและต่างประเทศ เช่น ผลสรุปคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจะต้องรับรองผลการเลือกตั้ง 95% ให้ได้ก่อนวันที่ 9 พ.ค.หลังจากนั้น 15 วันจะมีการเรียกประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ ผู้แทนราษฎร์และประธานวุฒิสภา หลังจากนั้นจึงลงคะแนน 2 สภา รวมเสียง 750 เสียง เพื่อสรรหานายกรัฐมนตรี คาดจะได้นายกรัฐมนตรีใหม่ราวปลาย มิ.ย.ดังนั้น การจับขั้วรัฐบาลจะเห็นชัดเจนในช่วงต้น พ.ค.

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม คือ ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนที่คาดจะได้ข้อยุติในเดือน เม.ย.และประเด็น Brexit ที่สภาอังกฤษจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ก่อน 12 เม.ย.หรือ 22 พ.ค.นี้

ส่วนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในไตรมาส1/62 ประเมินว่าภาพรวมมีโอกาสฟื้นตัวจากแรงหนุนกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่จะกลับมากำไรจากสต็อกน้ำมันราว 10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล  ขณะที่กำไรกลุ่มธนาคารคาดจะกลับมาขยายได้จากไตรมาส 4/61    แม้ว่าสินเชื่อช่วง 2 เดือนแรกยังทรงตัว หรือลดลง 0.35% แต่ภาระกันสำรองและค่าใช้จ่ายน่าจะปรับตัวลดลง

"กลยุทธ์การลงทุน เม.ย.นี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน ดัชนี SET มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 1,620-1,670 จุด โดยได้แรงหนุนจากช่วงจ่ายการเงินปันผลของหุ้นกลุ่มธนาคาร และ SCC รวมถึงรอประเมินคะแนนเสียงของพรรคการเมืองหลังจากผ่านช่วงเลือกตั้งซ่อม" นายอภิชัยกล่าว

พร้อมแนะนำทยอยซื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนหลังเลือกตั้ง เช่น AMATA, BBL, CK, STEC, WHA หุ้นที่ผลบวกจาก MSCI ปรับใช้ NVDR ในการคำนวณดัชนี MSCI Thailand เช่น DTAC, CENTEL, INTUCH, RATCH และเก็งกำไรหุ้นที่คาดกำไรไตรมาส 1/62 เติบโตดี เช่น  BAY, BDMS, BH, CPF, DTAC, ERW, KTC, ROBINS, RS, SAWAD

อนึ่ง ภาพรวม SET Index สิ้น มี.ค.62 ปิดที่ระดับ 1,638.65 จุด ปรับลดลง 0.90% จากเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดยต่างชาติ ขายสุทธิ 1.63 หมื่นล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 1.2 พันล้านบาท ส่วนสถาบันซื้อสุทธิ 5.7 พันล้านบาท และนักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1.19 หมื่นล้านบาท ทิศทางการลงทุนทรงตัวหลังจากคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.เขตของพรรคการเมืองระดับแกนนำยังคงสูสีกัน

ส่วนช่วงไตรมาสแรกดัชนี  MSCI World Index ปรับเพิ่มขึ้น 11% หลังจากสหรัฐเริ่มเจรจาการค้ากับจีนและราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตามภาวะ เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในแนวโน้มชะลอตัว ส่งผลให้เฟดปรับลดคาดการณ์ GDP สหรัฐปีนี้ลงสู่ระดับ 2.1% จากเดิมคาดที่ 2.3% และ ECB ก็ได้ลดคาดการณ์ GDP ยูโรโซนปีนี้ลงสู่ระดับ 1.1% จากเดิมคาดที่ 1.7%

ด้านภาพรวมการส่งออก ก.พ. ของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังชะลอตัวติดลบ  ส่งผลให้ช่วง 3 สัปดาห์แรก มี.ค.62 จากรายงาน EPFR Global Data มีเม็ดเงินไหลเข้า ลงทุนในกองทุน Investment Grade Bond รวม 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกองทุนหุ้น Emerging Market มียอดไหลออกสุทธิ  -2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนภาพการลดความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงตลาดเกิดใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง