ESSO ตั้งงบราว 2 พันลบ.ปีนี้ รองรับเปิดปั๊มใหม่ 60 แห่ง พร้อมปรับปรุงปั๊มเพิ่ม

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday April 23, 2019 17:01 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายมาโนช มั่นจิตจันทรา ผู้จัดการกาตลาดขายปลีก บมจ.เอสโซ่ (ประเทศไทย) (ESSO) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งงบลงทุนสำหรับธุรกิจค้าปลีกในปีนี้ราว 2 พันล้านบาท เพื่อรองรับการเปิดสถานีบริการน้ำมันใหม่ 60 แห่ง โดยในส่วนนี้เป็นสถานีต้นแบบที่เป็น Flagship จำนวน 10 แห่ง และการปรับปรุงสถานีบริการให้เป็นโฉมใหม่ภายใต้ Synergy Image เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของสถานีบริการเอ็กซอนทั่วโลก ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จให้ครบทั้งหมด 608 แห่ง จากที่ดำเนินการไปแล้ว 300 แห่งในปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน ในปีนี้ก็จะมีร้านค้าพันธมิตรเพิ่มขึ้น 50 แห่ง โดยมีพันธมิตรที่สำคัญ อย่างสตาร์บัค, KFC, Kerry, FamilyMart, Coffee Boy, Rabika Coffee เป็นต้น เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการสินค้า non-oil เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีนโยบายที่จะขยายธุรกิจ non-oil ด้วยตัวเอง แต่จะใช้กลยุทธ์ขยายร่วมกับพันธมิตรเป็นหลัก เพราะพันธมิตรมีความเชี่ยวชาญมากกว่า

ณ สิ้นปี 61 ESSO มีสถานีบริการน้ำมัน 608 แห่ง โดยเปิดสถานีบริการน้ำมันใหม่ 73 แห่ง แต่มีการปิดบางแห่งที่ไม่ทำกำไร ทำให้มียอดเปิดสถานีบริการน้ำมันสุทธิ 55 แห่งในปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการเปิดสถานีบริการสุทธิสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายมาโนช กล่าวอีกว่า การขยายสถานีบริการน้ำมันที่เป็น Flagship ในปีนี้อีก 10 แห่งจะทำให้มี Flagship เพิ่มเป็น 35 แห่งในปีนี้ ขณะเดียวกันก็มีแผนที่จะให้บริการจำหน่ายน้ำมัน B20 ผ่านสถานีบริการน้ำมันใน 2-3 เดือนข้างหน้า เพื่อทดสอบตลาดในช่วงต้นจำนวน 1-2 แห่ง จากปัจจุบันที่มีการจำหน่าย B20 ในเชิงพาณิชยกรรมเท่านั้น

นอกจากนี้ บริษัทก็มีความพร้อมที่จะจำหน่าย B10 ด้วย หากรัฐบาลมีนโยบายออกมาชัดเจนก็พร้อมจะดำเนินการได้ทันที และในอนาคตก็จะเลือกการจำหน่าย B7 หรือ B10 เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพราะมีข้อจำกัดด้านถังน้ำมัน

นายเจเรมี โรเบิร์ต ออสเตอร์สต๊อก ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ ของ ESSO เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่าจะดำเนินธุรกิจได้ดีต่อไป โดยในธุรกิจโรงกลั่น ก็จะดำรงการกลั่นอย่างมีวินัย และมีความต่อเนื่อง รวมถึงมีวินัยในการใช้จ่ายและลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับมาดีที่สุด ,ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ก็จะยังเดินหน้าเปิดสถานีบริการต่อเนื่อง และการออกสินค้าใหม่ ๆ ต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นรถจักรยานยนต์ ซึ่งเบื้องต้นได้รับการตอบรับที่ดี

แม้ว่าปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคพลังงาน แต่ก็ยังเชื่อว่าความต้องการใช้น้ำมันจะยังคงมีความต้องการอยู่มาก โดยเฉพาะในการขนส่งของรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือน้ำมันอากาศยานที่ EV ยังเข้ามาทดแทนไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าต่อไป

นายสุชาติ โพธิ์วัฒนะเสถียร ผู้จัดการโรงกลั่น ของ ESSO กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจน้ำมันในแต่ละปีมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น 2-3% แต่ปัจจุบันกำลังการกลั่นยังมากกว่าความต้องการในประเทศ และราคาน้ำมันก็ยังมีความผันผวน ปัจจัยเหล่านี้อยู่เหนือการควบคุม แต่ในแง่ปฏิบัติการก็จะพยายามให้การกลั่นน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่หยุดชะงัก เพราะอาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัย และจะทำให้มีการใช้พลังงานที่สูงขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัท

สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หลังจากที่เคยหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 54 โดยใช้ระยะเวลา 7-8 สัปดาห์ ซึ่งปีนี้ก็จะมีการซ่อมบำรุงที่ใกล้เคียงกัน โดยจะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นเพื่อให้มีการผลิตน้ำมันที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นพร้อมกันไปด้วย ซึ่งให้ความมั่นใจได้ว่าการวางแผนดังกล่าวจะทำเท่าที่จำเป็นด้วยการมีการบริหารจัดการที่ดี

ในส่วนของธุรกิจพาราไซลีน (PX) ในช่วงครึ่งหลังของปี 61 มีทิศทางดีขึ้น ทำให้บริษัทเพิ่มการผลิต PX เฉลี่ยในปีที่ผ่านมาอีก 1 แสนตัน ทำให้มีการผลิต PX ในปี 61 ที่ 3.7 แสนตัน จาก 2.7 แสนตันในปี 60 ซึ่งก็จะช่วยสร้างผลกำไรให้กับบริษัท แต่ก็ยังไม่อยู่ในระดับที่น่าพอใจมากนัก เพราะภาพรวมปริมาณ PX ในตลาดยังมีอยู่มาก ดังนั้น บริษัทก็จะให้ความสำคัญในส่วนที่ควบคุมได้ โดยการนำผลิตภัณฑ์ส่งให้ถึงมือลูกค้าโดยไม่ติดขัด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ