ข่าวอินโฟเควสท์
18:48 เฟดแอตแลนตาคาดเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.0% ในไตรมาส 2   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศ…
18:38 นักวิเคราะห์คาดแบงก์ชาติอังกฤษคงดอกเบี้ยพรุ่งนี้ หลังเงินเฟ้อชะลอตัวแตะเป้าหมาย 2%   สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บ…
18:12 สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนองลดลงสัปดาห์ที่แล้ว เหตุดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวขึ้น   สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผ…
18:03 ภาวะตลาดอนุพันธ์: พุ่งแรงขานรับแนวโน้มเฟดลดดอกเบี้ย-โอกาสยุติสงครามการค้า-Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง   นายจรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายผู้แน…
18:01 ซีอีโอ"แบล็คสโตน"เตือนอย่าหวังเห็นข้อตกลงการค้าจากการเจรจา"ทรัมป์-สีจิ้นผิง"ในเวที G20   นายสตีฟ ชวาร์ซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแบล็…

โบรกฯเชียร์ ซื้อ PTTGC แม้กำไรช่วงที่เหลือของปียังไม่สดใส แต่ราคาหุ้นร่วงสะท้อนความกังวลหนุน Dividend Yield เด่น

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 14:27:16 น.

โบรกเกอร์ แนะนำ"ซื้อ"หุ้นบมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) แม้มองว่ากำไรในช่วงที่เหลือของปีนี้จะยังไม่สดใส ต่อเนื่องจากที่หดตัวในไตรมาสแรก เนื่องจากถูกกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ของอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ตลาดโลก และแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรเมติกส์และโรงกลั่นของ PTTGC ท่ามกลางประเด็นสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่ยังยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเมินกำไรปี 62 จะปรับลดลงจากที่เคยทำได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น PTTGC ที่ปรับลดลงในช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้สะท้อนความกังวลต่อภาพผลการดำเนินงานที่มีแนวโน้มอ่อนแอตามภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นที่ไม่สดใสไประดับหนึ่งแล้ว จนทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) กลับมาอยู่ในระดับที่โดดเด่น 5-6% ทำให้ยังน่าสนใจต่อการลงทุน ประกอบกับยังมีโมเมนตัมเชิงบวกของกำไรที่จะกลับมาดีขึ้นในปี 63 ตามปริมาณการขายที่จะสูงขึ้น

ราคาหุ้น PTTGC พักเที่ยงอยู่ที่ 65.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.38% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย ลดลง 0.07%
โบรกเกอร์                                               คำแนะนำ                                    ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
เอเชีย พลัส                                                    ซื้อ                                                     79.00
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์                                         ซื้อ                                                    85.00
เคที ซีมืโก้                                                    ซื้อ                                                    82.00
ดีบีเอส วิคเคอร์สฯ                                           ซื้อ                                                    82.00
ฟิลลิป (ประเทศไทย)                                    ซื้อ                                                    84.00
ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ                                          ซื้อ                                                    80.00
เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ                                           ซื้อ                                                    83.00
หยวนต้า (ประเทศไทย)                            ซื้อเก็งกำไร                                            76.00
ทิสโก้                                                        ถือ                                                    75.00
เคทีบี (ประเทศไทย)                                       ถือ                                                    66.00

นางสาวนลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มกำไรของ PTTGC ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังไม่ดีนัก หลังจากที่ในไตรมาส 1/62 ทำกำไรสุทธิได้ 6.44 พันล้านบาท คิดเป็น 19% ของประมาณการทั้งปี 62 โดยกำไรยังถูกกดดันจากแผนการปิดซ่อมบำรุง (shutdown) โรงงานอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 และโรงกลั่นน้ำมัน เป็นระยเวลา 53 วัน และ 54 วัน ในงวดไตรมาส 2/62 และไตรมาส 4/62 ตามลำดับ ประกอบกับสมมติฐานส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับลดลง และสมมติฐานค่าการกลั่น (GRM) ที่ทรงตัวระดับ 6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้คาดการณ์กำไรปกติในปี 62 จะลดลงถึง 22.8% มาอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท

แต่แนวโน้มกำไรในปี 63 คาดวาจะเพิ่มขึ้นราว 4% จากปีนี้ จากปัจจัยหนุนที่กลับมาเดินเครื่องผลิตโรงงานต่าง ๆ ได้ตามปกติ เนื่องจากไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุง

ส่วนระยะสั้นในไตรมาส 2/62 คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติจะปรับตัวลงจากไตรมาสแรก จากแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 ตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค. จนถึงสิ้นเดือนมิ.ย. ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานอะโรเมติกส์ ลดลงเหลือราว 80% จาก 96% ในไตรมาสแรก นอกจากนี้สเปรดผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ยังจะอ่อนตัวลงต่อเนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ในตลาดโลกที่เข้ามา

อย่างไรก็ตามในส่วนของธุรกิจกลั่น ยังมีปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 1-1.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ราว 4.5-5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และสเปรดผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์เริ่มขยับขึ้นจากไตรมาสแรกที่น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี

ในด้านกำไรสุทธิที่จะมีการบันทึกกำไร หรือขาดทุนจากสต็อกน้ำมันนั้น ไม่น่าจะกระทบอย่างมีนัยสำคัญเพราะราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวขึ้นลงในกรอบแคบ แต่ PTTGC จะถูกกระทบจากมีค่าใช้จ่ายพนักงานตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานใหม่ราว 800 ล้านบาทด้วย

"ถึงแม้ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาจะปรับตัวลงสะท้อนภาพอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นในปีนี้ที่ไม่สดใสไปแล้วในระดับหนึ่ง แต่ทิศทางกำไรก็ยังถูกกดดันเป็นช่วง ๆ ตามแผน shutdown ของ PTTGC ดังนั้น จึงให้เน้นหาจังหวะเข้าลงทุนเพื่อรับปันผลสูง ให้ Dividend Yield เฉลี่ยทั้งปีราว 6%"นางสาวนลินรัตน์ กล่าว

ด้านบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า PTTGC รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/62 ที่ระดับ 6.44 พันล้านบาท ลดลง 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเป็นผลมาจากกำไรสต็อกจำนวน 1.4 พันล้านบาท แต่ในส่วนการดำเนินงานปกติ ธุรกิจโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ ได้รับผลกระทบจากค่าการกลั่นและสเปรดที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจโอเลฟินส์ กำไรเพิ่มขึ้นจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น แม้ราคาและสเปรดผลิตภัณฑ์ลดลง จากความกังวลต่อกำลังผลิตใหม่ที่เข้ามาในปีนี้ และประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกปีนี้ชะลอลง

สำหรับทั้งปี 62 ยังมองธุรกิจชะลอตัว โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ที่อ่อนแอ หลังถูกกดดันจากกำลังผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งมีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงานอะโรเมติกส์ หน่วยที่ 1 และโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้ผลประกอบการอ่อนตัวในช่วงเหลือของปีนี้ โดยปรับประมาณการกำไรในปี 62-63 ลดลงตามฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาส 1/62

อย่างไรก็ตามยังแนะ "ซื้อ"หุ้น PTTGC หลังราคาหุ้นที่ตกลงแรง น่าจะสะท้อนความกังวลต่อกำไรในไตรมาส 1/62 และภาวะธุรกิจที่อ่อนแอไปพอสมควรแล้ว อีกทั้งมูลค่าหุ้นถูก

บทวิเคราะห์บล.เคที ซีมิโก้ ระบุว่า การดำเนินธุรกิจของ PTTGC ในปีนี้นับว่าเป็นปีที่ท้าทายอย่างมาก หลังจากการรายงานกำไรในไตรมาส 1/62 ที่อ่อนแอจากสเปรดผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และค่าการกลั่นที่ลดลง และจากคาดการณ์โมเมนตัมของสเปรดจะอ่อนแอลงต่อเนื่องใน ครึ่งหลังของปีนี้ โดยเฉพาะสเปรดผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีน (PE) โพลีโพรพิลีน (PP) และพาราไซลีน (PX) จากการเข้ามาของอุปทานใหม่ ประกอบกับแผนการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานของ PTTGC

อย่างไรก็ตามปัจจัยกดดันจากสงครามการค้า และคาดการณ์กำไรปี 62 ที่ลดลง จากอุตสาหกรรมปลายน้ำที่อ่อนแอ ได้สะท้อนในราคาหุ้นไปพอสมควรแล้ว  ขณะที่คาดการณ์อัตราเงินปันผลตอบแทนสม่ำเสมอในอัตรา 5-6% ต่อปี และโมเมนตัมเชิงบวกของกำไรที่คาดจะกลับมาฟื้นตัวในปี 63 จากปริมาณการขายที่สูงขึ้นเป็นหลัก ทำให้ยังคงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับ PTTGC ให้ราคาเป้าหมายที่ 82 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง