ข่าวอินโฟเควสท์
22:07 ธนาคารกลางฮ่องกงประกาศลดการดำรงเงินกองทุนส่วนเพิ่ม หวังช่วยพยุงภาคธุรกิจ-เศรษฐกิจจากเหตุประท้วงยืดเยื้อ   ธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ประกาศปรับลดอ…
21:36 ปอนด์ร่วง ขณะเจรจา Brexit เข้าใกล้โค้งสุดท้าย   เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงในวันนี้ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนต่างจับตาความค…
21:16 รมว.คลังสหรัฐเผย สหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าจีนตามกำหนด 15 ธ.ค. หากไม่มีการทำข้อตกลง   นายสตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า ตนและนายโรเบิร์ต ไ…
21:11 ดาวโจนส์เปิดลบ เหตุนลท.ไม่มั่นใจสหรัฐ-จีนเซ็นดีลการค้า   ดัชนีดาวโจนส์เปิดแดนลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค…
20:14 "ปูติน" เยือนซาอุฯอย่างเป็นทางการ ส่งสัญญาณขยายอิทธิพลของรัสเซียในตะวันออกกลาง   ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เดินทางถึงกรุงริยาดห…

SCB มั่นใจสินเชื่อรวมปีนี้โตเข้าเป้า 5-7% แม้ช่วงที่เหลือของปีมีปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้า หวั่นกระทบผู้ส่งออก

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 15:58:59 น.

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยกับ "อินโฟเควสท์" ว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระมัดระวังมากขึ้น โดยในต่างประเทศคือสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่ง 2 ประเทศมหาอำนาจถือเป็นคู่ค้ารายสำคัญของไทย อาจเป็นความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกของไทยได้ในระยะถัดไป

ที่ผ่านมาธนาคารมีคำแนะนำให้กับลูกค้า เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ด้วยการขยายตลาดใหม่ๆ รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และการใช้ตราสารเครดิต (L/C) เพื่อรับมือความเสี่ยงจากคู่ค้าในต่างประเทศ

สำหรับความเสี่ยงในประเทศ ต้องติดตามคือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่าจะเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในทิศทางใด แต่สิ่งที่กังวลคือความสามารถทำธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็ก เริ่มมีความเสี่ยงจากผลกระทบการชะลอเศรษฐกิจภาพรวม และหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น มีโอกาสเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง เป็นสิ่งที่ธนาคารเฝ้าระมัดระวังอย่างใกล้ชิด

นายสารัชต์ กล่าวว่า ธนาคารมีการคุมเข้มคุณภาพสินเชื่อใหม่มาต่อเนื่องตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ ,เอสเอ็มอี และรายย่อย โดยปัจจุบันยังคงเป้าสินเชื่อรวมปีนี้จะเติบโต 5-7% แม้ว่ากลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเติบโตในอัตราชะลอตัวจากที่เคยเติบโตโดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา แต่ธนาคารปรับกลยุทธ์มารุกขยายกลุ่มสินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อภาคธุรกิจรายย่อยแทน ที่ยังมองว่ามีแนวโน้มการเติบโตได้ดี

"ที่ผ่านมาธนาคารคุมเข้มปล่อยสินเชื่อมาตลอด เพื่อควบคุมหนี้ NPL ให้อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ซึ่งปัจจุบันยังรักษาระดับหนี้ NPL ไว้ได้ดี แต่ในช่วงที่เหลือของปีเราเฝ้าระวังในกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯรายเล็ก เพราะเป็นทราบกันดีว่าหนี้ครัวเรือนเริ่มมีสัญญาณสูงขึ้นเรื่อยๆ"นายสารัชต์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง