ข่าวอินโฟเควสท์
01:46 "ทรัมป์"เปิดศึกดรามา หลังแข้งสาวสหรัฐลั่นไม่ไปทำเนียบขาว   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดศึกวิวาทะกับเมแกน ราปิโน กองหน้าทีมแข้งสาวสหรัฐ โดยผู้…
00:56 ผู้นำสูงสุดอิหร่านเมินข้อเสนอเจรจา"ทรัมป์"   อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ปฏิเสธข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเจรจ…
00:44 เจ้าหน้าที่รัสเซียวิสามัญฯสมาชิก IS ขณะมีแผนก่อเหตุโจมตี   สำนักงานความมั่นคงรัฐบาลกลางรัสเซีย (FSB) เปิดเผยว่า FSB สามารถสังหารผู้ต้องสงสัยราย…
00:28 สื่อเผยบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังเกิดเหตุระเบิดใจกลางกรุงเวียนนา   สื่อรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังเกิดเหตุระเบิดใจกลางกรุงเวียนนา…
00:13 ญี่ปุ่นคุมเข้มประชุม G20 ห้ามใช้ถังขยะ,ตู้ล็อคเกอร์ หวั่นเป็นเครื่องมือก่อการร้าย   เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยในนค…

ก.ล.ต.-ป.ป.ง.ร่วมศึกษาเพิ่มข้อกม.ฟอกเงินเอาผิดผู้บริหาร บจ.คุมปั่นหุ้น,ครอบคลุมธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 15:30:44 น.

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต.เข้ารือกับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นการกระทำผิดในตลาดทุน โดยทั้ง 2 หน่วยงานจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อปรับปรุงและแก้ไขรายละเอียดของบันทึกความร่วมมือฉบับใหม่ (MOU) คาดว่ามีความชัดเจนภายในเดือน มิ.ย.นี้

สำหรับ MOU ฉบับใหม่จะมีการเพิ่มรายละเอียดการบังคับใช้กฎหมายการฟอกเงินของ ปปง.ให้ครอบคลุมธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล หลังจากที่ทางสำนักงาน ก.ล.ต.มีหน้าที่กำกับดูแลตามกรอบกฎหมาย พ.ร.ก.ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีผลบังคับใช้ในปีที่ผ่านมา รวมถึงให้ครอบคลุมการทำธุรกรรมระดมทุนในรูปแบบของคราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานร่วมกันเกี่ยวข้องกับการจัดทำฐานข้อมูล โดยใช้ระบบเทคโนโลยีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการแสดงตัวตน (E-KYC) และเชิญตัวแทนจาก ปปง. เข้ามาเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า แผนความร่วมมือกับ ปปง.ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะมุ่งเน้นดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการให้ความรู้กับภาคประชาชนเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายรายนิยมระดมทุนด้วยการออก Digital Token ดังนั้นจะร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆของ ปปง. ที่มีทั่วประเทศ เพื่อเป็นการนำความรู้ให้เข้าถึงภาคประชาชนอย่างทั่วถึง เช่นการจัดทำโครงการให้ความรู้ในพื้นที่ต่างจังหวัด พร้อมกับตรวจสอบว่า Digital Token ต่างๆที่ผู้ลงทุนเข้าไปลงทุนนั้นเป็นไปตามกฎมายและเข้าข่ายหลอกลวงรูปแบบแชร์ลูกโซ่หรือไม่

ส่วนความร่วมมือเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายกรณีดำเนินคดีผู้บริหารจดทะเบียนกระทำผิด เข้าข่ายปั่นหุ้นหรือหาผลประโยชน์จากตลาดทุนโดยทำให้ผู้ลงทุนทั่วไปหรือผู้ถือหุ้นเกิดความเสียหาย ปัจจุบันทั้ง 2 หน่วยงานอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเพิ่มข้อกฎหมาย หรือแก้ไขกฎหมายให้อำนาจ ปปง.สามารถดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินได้ทันที เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวและเกิดความรวดเร็วในการดำเนินคดี เพราะที่ผ่านมามีบางกรณีใช้ระยะเวลานาน ทำให้หลักฐานหรือทรัพย์สินมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้มีความยากในการดำเนินคดี

"ปัจจุบันเราเชิญตัวแทนของทั้ง 2 หน่วยงานทั้ง DSI และ ปปง.มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย ถือเป็นโมเดลการบังคับใช้กฎหมายรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในทุกๆมิติ"นางสาวรื่นวดี กล่าว

พลตำรวจตรี ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ปปง.ได้ทำงานร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต.มาโดยตลอด ส่วนความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลให้รวดเร็วขึ้น การบังคับใช้กฎหมายฟอกเงินให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในกรณีที่เกี่ยวกับตลาดทุน เช่น กรณีปั่นหุ้น หรือการใช้ตลาดทุนเอื้อประโยชน์กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทำให้ผู้ลงทุนเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งความร่วมมือกันของทั้ง 3 หน่วยงานดูแลด้านกฎหมายทั้ง DSI,ปปง.และ สำนักงาน ก.ล.ต. จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นได้ดีให้กับตลาดทุนไทย

นางสาวรื่นวดี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างศึกษาจัดทำหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SME) สามารถใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนได้มากขึ้น โดยในกลางเดือน มิ.ย.นี้เตรียมเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม,กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย,สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,สภาหอการค้าไทย ,และสถาบันการเงินภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง