ข่าวอินโฟเควสท์
06:24 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 623.34 จุด เหตุนลท.วิตกความตึงเครียดด้านการค้า   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (23 ส.…
01:07 เฟดนิวยอร์กหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 3 หลังยอดขายบ้านใหม่ทรุด   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจส…
00:59 "เบเกอร์ ฮิวจ์"เผยแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวนต่ำสุดรอบกว่า 1 ปี   เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุ…
00:49 ดาวโจนส์ไหลไม่หยุด ล่าสุดทรุดกว่า 500 จุด ผวาสงครามการค้าสหรัฐ-จีนรุนแรงขึ้น   ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทรุดตัวลงกว่า 50…
00:38 ตลาดบอนด์สหรัฐเกิด inverted yield curve อีกครั้ง ผวาสงครามการค้ารอบใหม่   ตลาดพันธบัตรสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ในวันนี้ โดยอัตราผลตอบ…

COTTO ลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือโตไม่ต่ำกว่า 5% แต่ไม่ถึง 10% รุกขยายตลาดฟิลิปปินส์-มาเลเซียเพิ่มทดแทนตลาดในปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 17:07:53 น.

นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสซีจี เซรามิกส์ (COTTO) กล่าวว่า บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ปีนี้เหลือโตไม่ต่ำกว่า 5% แต่ไม่ถึง 10% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 5-10% เนื่องจากครึ่งปีแรกมีรายได้ 5,802 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายเฉลี่ยต่ำลงและการส่งออกลดลง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเชียที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าและเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อยอดส่งออกของบริษัท 5-10% ขณะที่ตลาดกลุ่ม CLM นั้น ตลาดเมียนมาและกัมพูชายังคงเติบโตดี ยกเว้นตลาดลาวที่มีสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากสถานะขาดดุลต่อเนื่องของรัฐบาล และการอ่อนค่าของเงินกีบ

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ 17% และยอดขายในประเทศ 79% และที่เหลือมาจากการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค 3.5%

นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคากระเบื้องที่รุนแรงมากขึ้น โดยครึ่งปีหลังนี้มองว่าการแข่งขันด้านราคายังคงเข้มข้นไปจนถึงสิ้นปี ตามปัจจัยค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่า ส่งผลต่อการนำเข้ามีต้นทุนลดลง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทก็มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้แข่งขันได้

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทคาดรายได้น่าจะเติบโตได้ 5-10% โดยเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศฟิลิปปินส์และมาเลเซียเพิ่ม รวมถึงเพิ่มยอดขายในประเทศ CLM ขณะที่ตลาดในประเทศจะรักษายอดขายให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม เนื่องจากมองว่าตลาดกระเบื้องครึ่งปีหลังนี้น่าจะยังทรงตัว จากครึ่งปีแรกตลาดกระเบื้องไม่ได้เติบโต จากมาตรการควบคุมสินเชื่อ (LTV) ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้าน ทำให้ส่งผลกระทบต่อยอดขายกระเบื้องเซรามิก

ขณะเดียวกันก็คาดว่าไตรมาส 3/62 ก็ยังไม่มีปัจจัยใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐว่าจะส่งผลบวกอย่างไร ส่วนไตรมาส 4/62 คาดว่าตลาดกระเบื้องน่าจะฟื้นตัวได้ ถ้ามีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุน แต่บริษัทก็ยังเป็นกังวลกับปัญหาภัยแล้ง ที่จะส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชน

นายนำพล กล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีการดำเนินการลดต้นทุนด้านพลังงาน ผ่านโครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำและบนหลังคา เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในโรงงานของบริษัท ขณะเดียวกันปัจจุบันก็อยู่ระหว่างศึกษาต่อยอดธุรกิจดังกล่าวเพื่อเชิงพาณิชย์ ให้กับกลุ่มผู้ที่สนใจในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะช่วยสร้างรายได้ในอนาคต

ส่วนกรณีที่จำนวนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ต่ำกว่าเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 15% นั้น ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้ โดยเบื้องต้นมีความไปเป็นได้ทุกรูปแบบ ปัจจุบันสัดส่วน Free Float ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 6.8%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง