ข่าวอินโฟเควสท์
00:10 ดาวโจนส์พลิกดีดบวก ขานรับจีนสั่งซื้อถั่วเหลืองล็อตใหญ่จากสหรัฐ   ดัชนีดาวโจนส์พลิกดีดตัวสู่แดนบวก หลังมีข่าวว่า จีนสั่งซื้อถั่วเหลือง 600,000 ต…
00:01 จีนสั่งซื้อถั่วเหลือง 600,000 ตันจากสหรัฐวันนี้ ก่อนเปิดฉากเจรจาการค้าเดือนหน้า   แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จีนได้สั่งนำเข้าถั่วเหลืองจำนวน 600,000 ต…
23:24 ผลสำรวจชี้ iPhone 11 ไม่ปัง สาวกแอปเปิลเก็บเงินรอซื้อ iPhone 5G ปีหน้า   ผลการสำรวจล่าสุดของ Piper Jaffray พบว่า กระแสเห่อ iPhone รุ่นใหม่ในหมู…
22:32 "ทรัมป์"ปิดปาก กรณีพบปะผู้นำอิหร่านในเวที UN   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เดินทางถึงนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาต…
22:21 บอนด์ยีลด์สหรัฐร่วง หลังเผยตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปอ่อนแอ   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะ…

TMB ร่วง 5.88% โบรกฯให้"หลีกเลี่ยง"ในช่วงสั้น หวั่น Dilution จากเพิ่มทุน-มีค่าใช้จ่ายจากควบรวม TBANK

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 10:37:22 น.

เมื่อเวลา 10.23 น. หุ้น TMB ราคาร่วงลง 5.88% มาอยู่ที่ 1.60  บาท ลดลง 0.10 บาท มูลค่าซื้อขาย 79.71 ล้าบาท โดยเปิดตลาดที่ 1.63 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 1.64 บาท และราคาลงต่ำสุด 1.60 บาท

ขณะที่หุ้น TCAP ลบ 1.35% มาอยู่ที่ 54.75 บาท ลดลง 0.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 68.44 ล้าบาท โดยเปิดตลาดที่ 55.25 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 55.25 บาท และราคาลงต่ำสุด 54.25 บาท

บล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะนำให้"หลีกเลี่ยง"หุ้นธนาคารทหารไทย(TMB) ในระยะสั้น เนื่องจากจะมี Dilution จากการเพิ่มทุน รวมถึงในช่วงแรกอาจเห็นค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างในการควบรวมธนาคารธนชาต (TBANK) แม้ว่าในระยะยาวจะมีปัจจัยบวกจากการ Synergy แต่ยังไม่ใช่ผลที่จะเห็นในระยะสั้น แต่ในเบื้องต้นแนะนำ "ซื้อ" บมจ.ทุนธนชาต (TCAP) เนื่องจากอาจเห็นการบันทึกกำไรจากการขาย TBANK

TMB จะระดมทุนทั้งจากตราสารหนี้ และออกหุ้นเพิ่มทุน สำหรับธุรกรรมการซื้อหุ้น TBANK คาดว่าจะมีมูลค่าราว 1.6 แสนล้านบาท (สมมติฐานจากงบการเงิน ณ สิ้นปี 61) แต่มูลค่าที่ TMB จะต้องระดมทุนคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.3 แสนล้านบาท เนื่องจากจะมีเงินสดเหลือจากการปรับโครงสร้างของ TBANK ราว 2-3 หมื่นล้านบาท (เกิดจากการโอนบริษัทย่อยและบริษัทอื่นๆ จาก TBANK ให้แก่ TCAP) โดย TMB จะระดมทุนผ่านวิธีต่างๆ คือ

(1) การออกสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน TSR ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 1.39 หุ้นเดิมต่อ 1 TSR โดยมีราคาใช้สิทธิอยู่ที่ 1.35 – 1.60 บาท คาดว่าจะได้เงินทุนไม่เกิน 4.25 หมื่นล้านบาท

(2) ออกหุ้นเพิ่มทุน PP ให้แก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวโยงกับธนาคาร ไม่เกิน 6.4 พันล้านบาท
(3) ออกหุ้นเพิ่มทุน PPO ให้แก่ TCAP และ BNS ไม่เกิน 5.76 หมื่นล้านบาท
(4) ออกตราสารทางการเงินทั้ง Additional Tier1 และ Tier2 รวมไม่เกิน 3.1 หมื่นล้านบาท

ทำให้จะเห็น Dilution ในส่วนของ Control และ Price และอาจเห็น EPS Dilution(ขึ้นอยู่กับจำนวนการใช้สิทธิเพิ่มทุน)

สำหรับ TCAP คาดว่าจะได้รับเงินจากการขาย TBANK เข้ามาราว 8 หมื่นล้านบาท แต่ในขณะเดียวกัน TCAP จะต้องใช้เงินในโอนบริษัทย่อยและบริษัทอื่นๆ มาจาก TBANK และซื้อหุ้นบริษัทย่อยและบริษัทอื่นๆ ในสัดส่วนที่ BNS ถืออยู่ รวมถึงเพิ่มทุนใน TMB เพื่อให้มีสัดส่วนการลงทุนในธนาคารใหม่ โดยจะมีเงินเหลือราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจนำมาจ่ายปันผล หรือลงทุนเพิ่มเติม ทั้งนี้หากนำเงินทั้งหมดมาปันผล จะคิดเป็นราว 9-10 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ TCAP ยังอาจบันทึกกำไรจากการขาย TBANK ราว 1-1.5 หมื่นล้านบาทภายหลังธุรกรรมเสร็จสิ้น

โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 62 ที่ผ่านมา TMB และ TCAP แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการเกี่ยวกับการควบรวมระหว่าง TMB และ TCAP ซึ่งคาดว่าธุรกรรมการเพิ่มทุนและซื้อขายกิจการจะแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค. 62 โดย TCAP จะรับโอนบริษัทย่อยและบริษัทอื่น เช่น ธนชาตประกันภัย หลักทรัพย์ธนชาต บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) ,บมจ.ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี (PRG)  ฯลฯ จาก TBANK ก่อน แล้วจึงทำการขาย TBANK ให้กับ TMB โดยในเบื้องต้น TBANK จะกลายเป็นบริษัทย่อยภายใต้ TMB ก่อนที่จะทำการผนวกทั้งสองธนาคารเข้าด้วยกันกลายเป็นธนาคารใหม่ ซึ่งคาดว่ากระบวนการดังกล่าวจะแล้วเสร็จในปี 2564 ทั้งนี้ ธนาคารใหม่จะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ในอุตสาหกรรม มีสินทรัพย์รวมราว 1.9 แสนล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง