(แก้ไข) "บูทิค คอร์ปอเรชั่น"เตรียมเสนอขายหุ้น IPO 167 ล้านหุ้น-เข้า mai ในปีนี้หลัง ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน 19 กันยายน พ.ศ. 2562 15:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

(แก้ไข)

บมจ.บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) เตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 167 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) แล้ว โดยมี บริษัท ที่ปรึกษาเอเซียพลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการงิน และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

ทั้งนี้ BC เตรียมเดินหน้านำเสนอข้อมูลสรุปการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้กับกองทุน และนักลงทุนสถาบัน ในช่วงต้นเดือน ต.ค.62 นี้ และจัดงานโรดโชว์พบนักลงทุนรายย่อย ที่อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จังหวัดกรุงเทพฯ ในวันที่ 8 ต.ค.62

นายปรับชะรันชิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BC เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาโครการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขาย (Build-Operate-Sell : BOS) อสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทมนท์ และ Commercial Real Estate ได้แก่ ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานให้เช่า

สำหรับการระดมทุนครั้งจะนำเงินไปลงทุนโครงการที่มีศักยภาพในอนาคต ได้แก่ โครงการเชียงใหม่ Nimman 2-3, โครงการ Summer Point, โครงการโรงแรมบนถนนสุขุมวิท 16, โครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์บนถนนสุขุมวิท 36 และโครงการกมลา 1-2 รวมทั้งเพื่อสำหรับจ่ายคืนหนี้สิน และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ

ช่วงที่ผ่านมา BC มีโครงการที่กลุ่มบริษัทก่อสร้าง ดำเนินงาน และจำหน่ายแล้ว 6 โครงการ ได้แก่ โรงแรมโอ๊ควู้ด อพาร์ทเม้นท์ ทริลเลี่ยนท์ สุขุมวิท 18 กรุงเทพฯ, โรงแรมโอโซ พัทยา จ.ชลบุรี, ศูนย์การค้าเรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 กรุงเทพฯ, โรงแรมไฮแอท เพลส ป่าตองภูเก็ต, ศูนย์การค้าซัมเมอร์ฮิลล์ พระโขนง กรุงเทพฯ และ โครงการอาคารสำนักงานให้เช่า ซัมเมอร์ฮับ รวมมูลค่าโครงการ 3,525 ล้านบาท และรวมมูลค่ากำไรจากการขายโครงการประมาณ 1,626 ล้านบาท

ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 กลุ่มบริษัทมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างพัฒนา 8 โครงการ ได้แก่ โครงการวิลล่า 2 เป็นวิลล่า 1 หลัง บริเวณหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต คาดจะเริ่มให้บริการในไตรมาส 3/62, โครงการศูนย์การค้าและสำนักงานให้เช่า Summer Point คาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 3/63, โครงการโรงแรมเชียงใหม่ นิมมาน 2 ถ.ห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่ คาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 1/64, โครงการโรงแรมเชียงใหม่ นิมมาน 3 ถ.ห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/64, โครงการโรงแรม บนถนนสุขุมวิท 16 คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 2/63, โครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ บนถนนสุขุมวิท 36 คาดจะเปิดให้บริการในไตรมาส 1/64, โครงการโรงแรมกมลา 1 บริเวณหาดกมลา จ.ภูเก็ต คาดจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 3/64, โครงการโรงแรมกมลา 2 บริเวณหาดกมลา จ.ภูเก็ต คาดจะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2/64

โครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการมีทั้งหมด 9 โครงการ ได้แก่ โรงแรมซิทาดีนส์ สุขุมวิท 8 กรุงเทพฯ, โรงแรมซิทาดีนส์ สุขุมวิท 11 กรุงเทพฯ, โรงแรมซิทาดีนส์ สุขุมวิท 16 กรุงเทพฯ, โรงแรมซิทาดีนส์ สุขุมวิท 23 กรุงเทพฯ, โรงแรมโอ๊ควู้ด เรสซิเดนส์ สุขุมวิท 24 กรุงเทพฯ, โรงแรมโอ๊ควู้ด โฮเทล เจอร์นี่ย์ฮับ ภูเก็ต ป่าตอง สาย 3 จ.ภูเก็ต, วิลล่า 1 (วิลล่า 1 หลัง) บริเวณหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต อยู่ติดกับโรงแรมไฮแอท เพลส ป่าตอง จ.ภูเก็ต, โครงการโรงแรมโอ๊ควู้ด โฮเทล เจอร์นี่ย์ฮับ พัทยา จ. ชลบุรี, โครงการโรงแรมโนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นี่ย์ฮับ ถ.ห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่

โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 7 ส.ค.62 ประกอบด้วย กลุ่มครอบครัวนายปรับชะรันซิงห์ ถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมสัดส่วนทั้งหมด 100% ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO จะลดสัดส่วนหุ้นลงเหลือ 67%

ผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 59-61) มีรายได้รวมอยู่ที่ 250.9 ล้านบาท 486.7 ล้านบาท และ 556.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโตในปี 60 ที่ 94% และปี 61 ที่ 14.3% ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 62 มีรายได้ 975.9 ล้านบาท เทียบกับปี 61 ที่มีรายได้ 431.3 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 56.7%

รายได้หลักของ BC แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบไปด้วยกำไรจากการขายโครงการ ซึ่งปี 60 มีสัดส่วน 47.4% และปี 61 อยู่ที่ 52.3% ของรายได้รวม ขณะที่ในงวด 6 เดือนแรกของปี 62 มีสัดส่วน 77.3% จากช่วงเดียวกันของปี 61 อยู่ที่ 63.4% ของรายได้รวมตามลำดับ เนื่องจากขายโครงการ Summer Hill และ Summer Hub Office เพิ่มเติม

ลักษณะของการรับรู้รายได้และกำไรของบริษัทจะเพิ่มขึ้นสูงเมื่อมีการจำหน่ายโครงการออกไป ดังนั้น เมื่อจำนวนโครงการที่พร้อมขายในมือมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดีจะสนับสนุนให้การรับรู้รายได้และกำไรของ BC ลดความผันผวนลงได้ โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาด mai เป็นการสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และโอกาสทำกำไรแก่บริษัท เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับสัดส่วนรายได้จากการดำเนินกิจการโรงแรมและศูนย์การค้า ในปี 59-61 อยู่ที่ 78.9%, 42.5% และ 41.6% ของรายได้รวม ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 61 และ 62 อยู่ที่ 29.8% และ 19.4% ของรายได้รวมตามลำดับ สัดส่วนรายได้จากการบริหารอยู่ที่ 15.5%, 8.7% และ 4.3% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 61 และ 62 อยู่ที่ 3.6% และ 2.9% ของรายได้รวมตามลำดับ ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่นๆ รวมทั้งส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมค้า

ในปี 61 BC มีกำไรสุทธิ 61.4 ล้านบาท เนื่องจากมีผลกำไรจากการขายศูนย์การค้า เรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 และ โรงแรมไฮแอท เพลส ภูเก็ต ป่าตอง โดยมีกำไรจากการขายโครงการที่ 233.4 ล้านบาท และ 288.5 ตามลำดับ ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 62 มีกำไร 348.5 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 61 ที่มีกำไร 156.7 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 122.4% ซึ่งเป็นผลมาจากการขายโครงการ Summer Hill และ Summer Hub และในงวด 6 เดือนแรกปี 62 มีอัตรากำไรขั้นต้น 77.9% สูงกว่าปี 60 และ 61 เนื่องจากมีกำไรจากการขายโครงการ และมีอัตรากำไรสุทธิ 31.6%

นายปรับชะรันชิงห์ กล่าวว่า บริษัทมีนโยบายคงการถือหุ้นในโครงการที่พัฒนาไม่น้อยกว่า 26% มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของมูลค่าทรัพย์สิน มีเป้าหมายอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15%

"เรามีความโดดเด่นเรื่องการจัดหาพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ มาพัฒนาให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชั้นใน ย่านสุขุมวิทตอนต้น และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยหาผู้ร่วมลงทุน ได้แก่ กลุ่มสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่ กลุ่มบริษัทของครอบครัวที่มีเงินลงทุนและต้องการร่วมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่เริ่มพัฒนาไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจนพร้อมให้บริการ และมีกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะจำหน่ายโครงการอสังหาริมทรัพย์ออกไปแก่ผู้ซื้อโครงการที่ต้องการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ไม่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการด้วยตนเอง และ/หรือไม่ต้องการรับความเสี่ยงในการพัฒนาโครงการ"นายปรับชะรันชิงห์ กล่าว

การขายโครงการอสังหาริมทรัพย์แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.การขายหุ้นของบริษัทย่อย และ 2.การขายสินทรัพย์ของโครงการ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก จากนั้นทางบริษัทจะนำกำไรจากการขายโครงการที่ได้รับมาต่อยอดด้วยการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ