ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.82 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 33.07 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคเช้านี้แข็งค่า หลังเมื่อคืนนี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบทุกสกุลเงิน
เงินบาทที่ระดับ 32.82 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบประมาณ 2 เดือน หรือตั้งแต่เดือนมิ.ย. 69 นักบริหารเงิน ระบุ
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือทิศทางตลาดพันธบัตรทั่วโลก และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ของสหรัฐฯ
นักบริหารเงิน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 32.75 -33.00 บาท/ดอลลาร์
SPOT ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 32.8275 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.48 เยน/ดอลลาร์ จากวานนี้ที่ระดับ 159.14 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1680 ลดอลลาร์/ยูโร จากวานนี้ที่ระดับ 1.1600 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.119 บาท/ดอลลาร์
ออสเตรเลียยิงสลุต 19 นัดต้อนรับอนุทินยิ่งใหญ่ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการในรอบ 14 ปี ก่อนเปิดการหารือทวิภาคีเต็มคณะท่ามกลาง บรรยากาศชื่นมื่น พร้อมนำเอกชน 14 รายจาก 9 บริษัทพบผู้นำออสซี่ ลงนาม 2 ความตกลงสำคัญ ประกาศยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์หนุนไทยผงาดเข้าสมาชิก OECD พร้อมขอบคุณช่วยป้อนน้ำมันอากาศยานช่วงวิกฤต ด้านอนุทินชูจับมือปราบอาชญากรรมแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ศุภจี เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนการค้า-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจชุมชน ผลักดันส่งออก ดันทั้งปีนี้ยอดแตะ 12 ล้านล้านบาท ฟาก ตลาดหุ้นไทย เดินหน้าจัด Thailand Focus 78 บจ.โรดโชว์ต่างชาติ 26-28 ส.ค.นี้ จุดขายหุ้นไทยพุ่ง 30% ติดอันดับ 4 โลก เอกนิติ-เอกนัฏ ร่วมให้ข้อมูลยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนระดับโลกประจำเดือนสิงหาคมของ Bank of America (BofA) พบว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่ปี 2565 โดยนักลงทุนลดระดับการถือครองเงินสด ขณะที่เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่า ทางกระทรวงฯ จะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยจะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พฤศจิกายน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนักหลังจากการประกาศดังกล่าว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 4.647% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 5.196%
นักวิเคราะห์จาก BMO Private Wealth กล่าวว่า นักลงทุนคลายความวิตกกังวลหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการสนับสนุนดังกล่าว เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้ต่างก็ออกตราสารหนี้และใช้เงินสดเพื่อเป็นทุนในการสร้างศูนย์ข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการ AI
ยอดหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งสูงทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตามข้อมูลที่กระทรวงการคลังเปิดเผยเมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า หนี้ที่ถือครองโดยภาคสาธารณชน และหนี้ที่ถือครองโดยหน่วยงานรัฐบาลด้วยกันเองอยู่ที่ 32.266 ล้านล้านดอลลาร์ และ 7.782 ล้านล้านดอลลาร์ตามลำดับ ส่งผลให้ยอดหนี้สาธารณะคงค้างรวมทั้งหมดอยู่ที่ 40.047 ล้านล้านดอลลาร์ ณ วันอังคารที่ผ่านมา (18 ส.ค.)
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง โดยอ้างว่าสถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่านนั้น ดีมาก โดยย้ำอีกครั้งว่า เป้าหมายสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลสหรัฐฯ คือการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
สื่อรายงานว่า อิหร่านกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในยุโรป หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามครั้งใหม่
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (19 ส.ค.) หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งได้ฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรร่วงลงอย่างหนัก
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ในวันพุธ (19 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล
-นักลงทุนแทบไม่มีปฏิกิริยาต่อรายงานการประชุมประจำเดือนกรกฎาคมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ระบุว่ากรรมการเฟดมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยกรรมการหลายคนกล่าวว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ลดลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 65% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน