ข่าวอินโฟเควสท์
06:39 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลดลง 255.68 จุด เหตุนลท.วิตกข่าวธุรกิจเชิงลบ,แนวโน้มศก.โลกอ่อนแอ   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนน…
23:55 ชาวคาตาลันเรือนหมื่นเดินประท้วงที่บาร์เซโลนา คัดค้านศาลสเปนสั่งจำคุกกลุ่มผู้นำ   สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวคาตาลันหลายหมื่นคนได้เดินทางมา…
23:32 IMF มองเศรษฐกิจเอเชียน่าเป็นห่วง จากปัจจัยสงครามการค้า-เศรษฐกิจจีนชะลอตัว   กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของเอเชียมีแนวโ…
23:01 ประธานเฟดดัลลัสเผยเฟดยังไม่เดินหน้าลดดอกเบี้ยเต็มตัว หวังประเมินผลกระทบวงกว้าง   นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิด…
22:29 ประธาน ECB เตือนยูโรโซนเสี่ยงเกิดฟองสบู่ จับตาตลาดเงิน-อสังหาฯ   นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกมาเตือนว่า ตลาดเงินและอสังหา…

บล.กสิกรไทย คาดดัชนี SET Q4/62 เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,687 จุด เกาะติดเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน, นโยบายการเงินของไทย

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 17:22:24 น.

นายภาสกร ลินมณีโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า บล.กสิกรไทย คาดการเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4/62 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,687 จุด โดยมีค่าเฉลี่ย Earning Yield gap ที่ SD0.25 ซึ่งยังคงต้องติดตามปัจจัยหลักคือ สงครามทางการค้าระหว่างจีน และสหรัฐ ที่ตัวแทนการค้าของทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเจรจาการค้าอีกครั้งในวันที่ 10 ต.ค. โดยเชื่อว่าจะบรรลุข้อตกลงย่อยออกมาได้

ในส่วนของนโยบายทางการเงินในประเทศ เชื่อว่ามีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลาย หลังจากที่สหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน รวมไปถึงธนาคารกลางในภูมิภาคเข้าสู่วัฎจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยอาจต่ำกว่า 2.5% จากปัจจุบันที่ยังประเมินว่าเติบโตได้ 2.8% โดยยังคงต้องติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านต่าง ๆ ของภาครัฐที่ออกมาว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง

สำหรับธีมการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี มองหุ้นในกกลุ่ม ICT คือ DTAC และ TRUE ที่ได้ปัจจัยบวกจากการเติบโตของรายได้และกำไรธุรกิจหลักแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง หลังจากบรรยากาศการแข่งขันในตลาดเป็นเชิงบวก เห็นได้จากรายได้เฉลี่ยต่อหมายเลขที่ปรับตัวสูงขึ้น การอุดหนุนค่าเครื่องมือถือที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนการตลาดได้ดี

กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเกณฑ์ใหม่ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO)  ที่กำหนดให้เรือเดินสมุทรใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำ 0.5% จากเดิม 3.5% มีผลตั้งแต่ต้นปี 63 ได้แก่ TOP PRM BGC TASCO ปัจจัยบวกจากการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือของโลก

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ AP SPALI แรงหนุนจากโอกาสในการผ่อนคลายมาตรการอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโรค AFS คือ CPF GFPT มีแรงหนุนจากการส่งออกเนื้อไก่ไปจีน และราคาหมูที่สูงขึ้นในเวียดนาม และกลุ่มกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน JASIF TFFIF ปัจจัยบวกจากสภาพอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และโอกาสที่จะได้รับการอัดฉีดทรัพย์สินใหม่

นายภาสกร กล่าวอีกว่า นโยบายการลงทุนสำหรับกองทุนหุ้นยั่งยืน (SEF) ที่จะมาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 30% แต่ไม่เกิน 250,000 บาท จากเดิมที่กองทุน LTF สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 15% แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยคาดว่ากระแสเงินสดจะไหลเข้ากองทุน SEF ราว 29,500 ล้านบาท ต่ำกว่ากองทุน LTF ที่ 34,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากระแสเงินสดจะค่อย ๆ ไหลเข้าและเท่ากับกองทุน LTF ได้ เนื่องจากคนกลุ่มดังกล่าวมีการเติบโตได้รวดเร็ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง