WHART ลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่า 4.88 พันลบ. ดันมูลค่าสินทรัพย์รวมแตะ 3.88 หมื่นลบ., ตั้งเป้าลงทุนปีละ 4-5 พันลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 13:43 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวนฤมล ตันตยาวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) เปิดเผยว่า ภายหลังที่ทรัสต์ WHART ได้ทำการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ สำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 4 เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งที่ 5 ในอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่า และสิทธิการเช่าช่วงของอสังหาริมทรัพย์ โดยกองทรัสต์จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินในมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 4,880.25 ล้านบาท ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้พิจารณาอนุมัตินับ 1 Filing เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การเพิ่มทุนครั้งที่ 4 เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งที่ 5 ในอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่า และ สิทธิการเช่าช่วงของอสังหาริมทรัพย์โดยกองทรัสต์จะเข้าลงทุนในทรัพย์สินในมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 4,880.25 ล้านบาท รวมจำนวน 5 โครงการ แบ่งเป็นการลงทุนในกรรมสิทธิ์ 3 โครงการ และการลงทุนสิทธิการเช่า/สิทธิการเช่าช่วงจำนวน 2 โครงการ โดยมีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 155,237 ตารางเมตร พื้นที่เช่าหลังคารวมประมาณ 71,482 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าลานจอดรถรวมประมาณ 2,983 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 172 ไร่ 2 งาน 26.75 ตารางวา

โดยสินทรัพย์ที่ WHART เข้าลงทุนในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.โครงการอาคารโรงงาน DTS ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 2.โครงการอาคารโรงงาน Roechling ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 3.โครงการ WHA Mega Logistics Center (ชลหารพิจิตร กม.3 เฟส 1) ตั้งอยู่ที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 4.โครงการ WHA Mega Logistics Center (ชลหารพิจิตร กม.3 เฟส 2) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 5.โครงการ WHA KPN Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม.23 เฟส 2) ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

โดยทรัพย์สินที่กองทรัสต์ WHART จะเข้าลงทุนเพิ่มครั้งที่ 5 นั้นครอบคลุมพื้นที่สำคัญในธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติในการแข่งขันให้กับกองทรัสต์ WHART มากขึ้น นอกจากนี้ภายหลังการเข้าลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งนี้ จะส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของ กองทรัสต์ WHART เติบโตแตะระดับ 38,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 33,214 ล้านบาท โดยจะเป็นกองทรัสต์ประเภทคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าที่มีมูลค่าสินทรัพย์สูงที่สุดในประเทศ และขึ้นเป็นกองทรัสต์ที่มีมูลค่าสินทรัพย์อันดับ 2 หรือ 3 ของกองทรัสต์ไนประเทศทั้งหมด

ทั้งนี้การเพิ่มทุนครั้งที่ 4 จำนวนไม่เกิน 4,880.25 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.นี้ โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า 50% จะจัดสรรให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม (RO) ซึ่งยังต้องการตอบรับจากผู้ถือหน่วยลงทุนเดิม หากผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมตอบรับดีก็สามารถจัดสรรให้แก่ผู้ถือหล่วนลงทุนเดิม 100% ได้ ส่วนกระบวนการเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้ง 5 โครงการ พื้นที่ 150,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้

"ทรัพย์สินที่ทางกองทรัสต์ WHART เข้าไปลงทุนนั้น มีความโดดเด่น ในด้านทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่ง โลจิสติกส์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเสริมเพิ่มให้กับคลังสินค้าได้ในระยะยาว"

ปัจจุบันกองทรัสต์ WHART ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 24 โครงการ มีมูลค่าทรัพย์สินรวมอยู่ที่ประมาณ 33,214 ล้านบาท ประกอบด้วยพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 1,128,113 ตารางเมตร พื้นที่เช่าหลังคารวมประมาณ 352,119 ตารางเมตร และพื้นที่เช่าลานจอดรถรวมประมาณ 26,611 ตารางเมตร บนที่ดินรวมประมาณ 1,209 ไร่ 3 งาน 32.55 ตารางวา

ด้านแนวโน้มจ่ายเงินปันผลหลังจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ใหม่ในครั้งนี้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.79 บาท/หน่วย/ปี ในปี 63 จากปัจจุบันที่จ่ายเงินปันผลที่ 0.78 บาท/หน่วย/ปี ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอาจจะมีแนวโน้มลดลงบ้างจากปัจจุบันที่ 4.4% ต่อปี หากราคาหน่วย WHART บนกระดานปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งราคาหน่วย WHART ในปัจจุบันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 70% จากราคาเสนอขาย IPO แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

โดยที่กองทรัสต์ WHART มั่นใจว่าจะสร้างผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากการบริหารคลังสินค้าและโรงงานใหมเช่า ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเช่าที่สูง 90% และหลังจากที่มีสินทรัพย์ใหม่เข้ามาอัตราการเช่ายังอยู่ที่ 90% ขณะที่การต่อสัญญากับลูกค้ายังมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการปรับอัตราค่าเช่าสำหรับสัญญาเช่าใหม่ 8-10% โดยที่สัญญาเช่าเฉลี่ยของลูกค้าที่เช่าโครงการของกอง WHART บริหารมีอายุสัญญา 3 ปี และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่จากต่างชาติที่ใช้บริการ

ด้านการขยายการลงทุนของกอง WHART ตั้งเป้าเข้าลงทุนสินทรัพย์ใหม่เฉลี่ย 4-5 พันล้านบาท/ปี พร้อมกับยังคงมองหาการเข้าลงทุนสินทรัพย์นอกกลุ่ม WHA ด้วย โดยที่คาดว่ามูลค่าสินทรัพย์ของกองทรัตส์ WHART ในอีก 2-3 ปี คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 5 หมื่นล้านบาทได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ