EA เผยกำไร Q3/62 โต 31.7% หลังโรงไฟฟ้าลม-แสงอาทิตย์เข้าเต็ม 644 MW, งวด 9 เดือนรายได้พุ่งทะลุ 1 หมื่นลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 11:29 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 3/62 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,678.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 404.16 ล้านบาท หรือ 31.71% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,274.58 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.62 บริษัทมีกำไร 4,331.89 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ (ไม่รวมรายการกำไรทางบัญชี , กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้น และรายได้อื่นๆ) บริษัทจะมีกำไรในไตรมาส 3/62 นี้ 1,753.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.15% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

สำหรับรายได้ในไตรมาส 3/62 นี้อยู่ที่ 4,117.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,155.02 ล้านบาท หรือ 38.98% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,962.93 ล้านบาท ทำให้งวด 9 เดือนแรกของปี 62 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 10,846.53 ล้านบาท

"กำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่มีกำลังการผลิตใหม่จากโครงการหนุมานเข้ามาเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ทำให้ผลประกอบการจากไตรมาสนี้ มาจากกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวมทั้งสิ้น 664 เมกะวัตต์ ประกอบกับในไตรมาสนี้ เป็นช่วงฤดูฝนที่มีลมแรง นับเป็นไฮซีซั่นของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพราะฝนตกน้อยกว่าปีที่ผ่านมา" นายอมรกล่าว

สำหรับธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล ในไตรมาส 3/62 มีรายได้รวม 862.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และธุรกิจกลีเซอรีนบริสุทธิ์ มีรายได้รวม 47.09 ล้านบาท ลดลง 29.75% แม้ว่าจะมีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น แต่มีราคาจำหน่ายที่ลดลง ทั้งนี้เป็นผลมาจากภาวะผลผลิตปาล์มล้นตลาดและราคาตกต่ำ ตลอดจนมีการแข่งขันราคา

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA กล่าวอีกว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าตามแผนการผลิตและส่งมอบรถไฟฟ้า MINE SPA1 ให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสุวรรณภูมิพัฒนา จำกัด จำนวน 3,500 คัน ตามที่ทำข้อตกลงกันไว้ โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่ไตรมาส 2/63 โดยโรงงานประกอบรถยนต์ที่บริษัทกำลังก่อสร้าง จะสามารถรองรับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั้งประเภทรถยนต์ไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า และรถบรรทุกไฟฟ้า ซึ่งบริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อบริษัท อีวีนาว จำกัด ไว้เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่แผนลงทุนในปีนี้ และปี 63 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยเน้นน้ำหนักไปที่โครงการผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนเฟสแรก ขนาดกำลังการผลิต 1 GWh ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อนำไปใช้ในโครงการยานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมไฟฟ้า

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการลงทุนสร้างโรงผลิตกรีนดีเซล และพีซีเอ็มที่เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มขั้นสูงและเป็นลิขสิทธิ์ของกลุ่มบริษัทเอง สามารถส่งออกและทดแทนการนำเข้า โดยเงินที่ใช้สำหรับการขยายการลงทุนในครั้งนี้มาจากกระแสเงินสดของบริษัทฯ และเงินกู้ยืมระยะยาว โดยในส่วนของธุรกิจใหม่ทั้งหมดจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า ผลักดันให้รายได้และกำไรในปี 63 เติบโตอย่างต่อเนื่อง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ