MK เดินหน้าเปิดโครงการใหม่-เพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจตามแผน แม้ Q3/62 ขาดทุนหลังแข่งขันด้านราคารุนแรง

ข่าวหุ้น-การเงิน 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 14:32 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

MK เดินหน้าเปิดโครงการใหม่-เพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นธุรกิจตามแผน แม้ Q3/62 ขาดทุนหลังแข่งขันด้านราคารุนแรง

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มั่นคงเคหะการ (MK) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 บริษัทฯ ยังคงดำเนินตามแผนที่วางเอาไว้ ในการเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ โดยได้ทำการเปิด 2 โครงการแรกไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยว ชวนชื่น ไพรม์ วิลเลจ บางนา ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท และโครงการทาวน์โฮม ชวนชื่น ทาวน์ ชัยพฤกษ์ – แจ้งวัฒนะ ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/62 บริษัทและบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 26.14 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.39 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงชะลอการเปิดตัวโครงการและเร่งระบายสินค้าคงคลังเก่าให้หมด เป็นผลให้มีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูง ซึ่งทางบริษัทฯ เองก็มีหลายโครงการที่อยู่ในช่วงใกล้ปิดการขาย เป็นผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทในไตรมาส 3 ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

แต่อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ เรื่องการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอน และค่าจดทะเบียนการจำนองสำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ มีสินค้าที่อยู่ในระดับราคานี้หลายโครงการ หนุนให้ริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาระดับรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ดี จากแผนธุรกิจ 5 ปี ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจเพื่อขาย กับธุรกิจเพื่อเช่าและบริการ ให้มีสัดส่วนเป็น 50/50 นั้น ยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้

สำหรับกำไรขั้นต้นจากธุรกิจการให้เช่าและบริการ ในไตรมาสนี้มีจำนวนรวม 44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% หรือ 10 ล้านบาท จากยอดรายได้ 86.18 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จาก โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน จำนวน 74.36 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนถึง 41.84% หรือ 21.94 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็นรายได้จาก โครงการพาร์คคอร์ท โครงการสนามกอล์ฟ ฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ และธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ โดย บริษัท ยัวร์ส พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด และที่สำคัญบริษัทฯ ยังการรักษาสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนทุนให้ยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 มีสัดส่วนเท่ากับ 1.15 ลดลงจากสิ้นปี 61


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ