(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นรีบาวด์ตามภูมิภาค หลังกระแสเจรจาการค้าพลิกกลับเป็นบวก-เล็งโอเปกเพิ่มการลดผลิตน้ำมัน

ข่าวหุ้น-การเงิน 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562 09:27 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ลุ้นรีบาวด์ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างปรับตัวขึ้นกันหมดราว 0.2-0.4% หลังจากที่กระแสการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ได้พลิกเป็นบวก จากที่มีรายงานข่าวออกมาว่า สหรัฐฯ และจีน จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้ในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไปว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันได้รับผลบวกจากการเก็งผลประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่มีขึ้นในวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้ ซึ่งมีกระแสการคาดการณ์ออกมาว่า จะลดกำลังการผลิตอีก 5 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะขยายเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันเท่านั้น แต่ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลประชุมกลุ่มโอเปกว่าจะออกมาอย่างไร

พร้อมกันนี้ให้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯคืนนี้ โดยให้แนวรับ 1,555-1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,570-1,575 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (5 ธ.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,677.79 จุด เพิ่มขึ้น 28.01 จุด (+0.10%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,117.43 จุด เพิ่มขึ้น 4.67 จุด (+0.15%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,570.70 จุด เพิ่มขึ้น 4.03 จุด (+0.05%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 2.81 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 128.16 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 5.79 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 45.15 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 2.00 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 11.70 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 47.58 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 5.53 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (4 ธ.ค.62) 1,565.45 จุด ลดลง 2.18 จุด (-0.14%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,252.04 ล้านบาท เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ม.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (5 ธ.ค.62) ปิดทรงตัวที่ระดับ 58.43 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (5 ธ.ค.) อยู่ที่ 0.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 30.35 อ่อนค่า หลังธปท.ส่งสัญญาณเงินบาทมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทาง ตลาดรอตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯคืนนี้
  • นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) วันนี้ (6 ธ.ค.) เพื่อติดตามความคืบหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
  • 'กฟผ.'ลุยลงทุนโซลาร์ลอยน้ำเขื่อนภูมิพล 778 เมกะวัตต์ หวังลดต้นทุนค่าไฟฟ้า มั่นใจหากชุมชนไม่ต่อต้านปี'65 น่าจะก่อสร้างได้ เผยสถานการณ์น้ำในเขื่อนล่าสุดใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ยันจะบริหารไม่ให้กระทบประชาชน
  • รายงานข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) แจ้งว่า ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 10 เดือนแรกของปี 2562 (มกราคม-ตุลาคม) เฉลี่ยวันละ 157.3 ล้านลิตร หรือ 989,408 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 87% ของปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้ภายในประเทศเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนวันละ 2.4 ล้านลิตร หรือ 1.5% เพิ่มขึ้นทั้งกลุ่มน้ำมันเบนซิน กลุ่มน้ำมันดีเซล ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และกลุ่มน้ำมันอากาศยานตามทิศทางเศรษฐกิจ ยกเว้นก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) เป็นไปตามสถานการณ์การใช้รถยนต์ปัจจุบันที่มีการติดตั้งการใช้เอ็นจีวีลดลงต่อเนื่องจากปัจจัยที่ราคาน้ำมันที่ลดลง และปัจจุบันรัฐลอยตัวราคาเอ็นจีวีทำให้ราคาสูงขึ้น
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมตลอดทั้งปี 2562 น่าจะติดลบ 2.5% จากปี 2561 หรือคิดเป็นยอดขายรถยนต์ 1,015,000 คัน โดยมีปัจจัยกดดันที่สำคัญจากการเข้าควบคุมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งแต่ช่วงกลางปี ส่วนปี 2563 คาดว่าตลาดน่าจำยังได้รับปัจจัยกดดันจากหลายทาง โดยเฉพาะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่ดำเนินต่อมาจากปี 2562 ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงมีทิศทางชะลอตัวจากแรงกดดันของสงครามการค้าโลก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563 มีโอกาสทรงตัวโดยขยายตัว 0% หรืออาจจะติดลบ 5% คิดเป็นตัวเลขยอดขายรถยนต์ 960,000-1,015,000 คัน
  • "กบข." อ้อนคลังขอขยับเพิ่มเพดานลงทุนต่างประเทศเป็น 40% หลังประเมินลงทุนต่างประเทศผลตอบแทนสดใสกว่า ความเสี่ยงต่ำกว่าลงทุนในไทย วางแผน 3 ปี สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ 4%
*หุ้นเด่นวันนี้
  • AOT (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 88 บาท แม้ว่าการเติบโตของผลประกอบการในปี 2563 จะถูกจำกัดด้วยการใช้ capacity ที่เต็มที่ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดเพิ่มขึ้นในปีหน้าเชื่อว่าทำให้รายได้จากค่าบริการผู้โดยสารยังเติบโตได้ดี ล่าสุดนักท่องเที่ยวเดือน ต.ค.-พ.ย. เพิ่มเดือนละ 4-5% Y-Y พร้อมคาดกำไรปกติปี 2563 +7% Y-Y เป็น 2.8 หมื่นลบ. ต่ำกว่าอดีตที่เคยเติบโตเป็นเลขสองหลัก แต่จะกลับมาโตแรงในปี 2564 คาด +24% Y-Y จากสัญญาใหม่ของ Duty Free สุวรรณภูมิ เราชอบ AOT ที่มียังมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว และโครงสร้างรายได้ที่จะเปลี่ยนเป็นรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบินจะเร่งตัวขึ้นและมี room ให้ขยายตัวได้อีกมาก
  • IVL (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 45 บาท สถานการณ์ Trade war ที่พลิกกลับมาเป็นบวกน่าจะส่งผลดีต่อ Sentiment การ
ลงทุนของหุ้นกลุ่ม Global play โดยเฉพาะ IVL ซึ่งราคาเมื่อวันพุธร่วงแรงกว่า 4% จึงมีโอกาสที่จะฟื้นตัวกลับมาในวันนี้ ด้านผลประกอบการโดยยังคาดหวังผลบวกจากการซื้อ Hunstman จะช่วยหนุนให้กำไรของ IVL สูงขึ้นตั้งแต่ Q1/63 (ดีล Hunstman จะเพิ่ม EBITDA ให้ IVL ประมาณ 20% ในปีหน้า)

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ