GPSC หวังจบดีลซื้อโซลาร์ฟาร์มในปท. 39.5 MW ภายในปีนี้หลังล่าช้ามานาน พร้อมเตรียมเดินหน้าโรงไฟฟ้าก๊าซฯในเมียนมา

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday February 6, 2020 10:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเข้าซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) ในประเทศ จำนวน 9 โครงการ รวมกำลังการผลิต 39.5 เมกะวัตต์ มูลค่าราว 3.07 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในปีนี้ หลังจากที่มีความล่าช้ามานานหลังจากที่ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับกลุ่มผู้ขายตั้งแต่เมื่อปลายปี 61

"ตอนนี้รอว่าทางฝั่งผู้ขายจะดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนการซื้อขายได้ครบ เหลือนิดเดียว แต่ต้องใช้เวลา ถ้าผู้ขายทำจบก็ปิดดีล เราก็หวังว่าน่าจะจบได้ปีนี้"นายชวลิต กล่าว

ปัจจุบัน GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5,026 เมกะวัตต์ โดยเป็นโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตแล้ว 4,748 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะทยอยเข้าระบบภายในปี 66

นายชวลิต กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ตามโครงการ Gas to Power ในเมียนมา ที่จะร่วมดำเนินการกับบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) นั้น ขณะนี้ได้ส่งแผนดำเนินการให้กับรัฐบาลเมียนมาแล้ว โดยยังไม่มีข้อสรุปสัดส่วนการถือหุ้นที่ชัดเจนเพราะจะมีพันธมิตรท้องถิ่นเข้าร่วมด้วย โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 3/63

ด้านนายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ PTTEP กล่าวว่า ภายหลังจากโครงการได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเมียนมาแล้ว ขั้นตอนการพัฒนาโครงการนั้น เบื้องต้นบริษัทเตรียมจะเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติ จากแหล่งซอติก้าอีก 60 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน จากปัจจุบันที่ผลิตอยู่ 290 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง M3 ที่อยู่ระหว่างสำรวจ เพื่อให้ได้ก๊าซรวม 400 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ป้อนให้โรงไฟฟ้ากำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งในส่วนโรงไฟฟ้านั้นคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3-4 ปี และไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจำหน่ายภายในเมียนมา


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ