โบรกฯ มองไวรัสโควิด-19 กดดัน SET ให้กรอบ 1,300-1,460 จุด หากเข้าระยะ 3 อาจลงอีกรอบ พร้อมปรับลดกำไรบจ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday February 27, 2020 16:59 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกฯ มองไวรัสโควิด-19 กดดัน SET ให้กรอบ 1,300-1,460 จุด หากเข้าระยะ 3 อาจลงอีกรอบ พร้อมปรับลดกำไรบจ.

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยในงาน IAA-SET HOT ISSUE ครั้งที่ 2/63 ในหัวข้อ"Theme ไหนเด่น เล่นหุ้นดี หนีไวรัส"ว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลงไปกว่า 200 จุด โดยเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศจีน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่นอกประเทศจีนกลับเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าปัจจัยดังกล่าวน่าจะกินระยะเวลาไปถึงไตรมาส 2/63 หรือกลางปีนี้

นอกจากนั้น ปัจจัยในประเทศยังมีปัญหาภัยแล้งและความล่าช้าของ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเร่งเบิกจ่ายหลังจากนี้น่าจะช่วยดึง Sentiment ให้ดีขึ้น ตั้งแต่เดือน มี.ค.63 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ มองผลกระทบดังกล่าวน่าจะส่งผลกับกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 1/63 ที่น่าจะออกมาแย่ ทำให้อาจเห็นการปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย (EPS) ปีนี้ลง จากเดิมที่คาดอยู่ที่ 96 บาท/หุ้น มาเป็น 90 บาท/หุ้น บนสมมติฐาน P/E ที่ 14.4-16.1 เท่า หลังปิดงบการเงินในไตรมาส 1/63 ทำให้กรอบการเทรดปีนี้จะอยู่ที่ 1,300-1,450 จุด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนสามารถเข้าเก็งกำไรได้ในกรอบ 1,370-1,450 จุด โดยให้แบ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นราว 20-30% ของพอร์ต และให้เลือกลงทุนจากกระแสเงินสดที่เข้ามามากกว่าออก, ทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และยาวนานได้, ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง, อัตรากำไรไม่ทรุด และโมเดลธุรกิจไม่แพ้ เป็นต้น ขณะเดียวกันให้เลี่ยงลงทุนในหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส เช่น กลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี อย่าง PTTEP, SCC, กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง HANA, กลุ่มโรงพยาบาลที่มีลูกค้าต่างชาติมาก อย่าง BDMS, BH

ส่วนหุ้นที่ได้รับผลกระทบน้อย ได้แก่ ไฟแนนซ์ อย่าง SAWAD, JMT, หุ้นกลุ่มสื่อสาร อย่าง ADVANC, INTUCH, หุ้นกลุ่มรับเหมา เช่น STEC, หุ้นกลุ่มรถไฟฟ้า เช่น BTS, หุ้นกลุ่มไฟฟ้า เช่น GULF, หุ้นกลุ่มอาหาร เช่น OSP,RBF

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ฯ ก็ได้มีการประเมินความเสี่ยงจากไวรัส หากเข้าสู่ระยะ 3 และเลยกลางปี 63 ไปแล้วฝนยังไม่ตก อาจมี downside อีกรอบหนึ่ง ซึ่งมองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

ด้านนายเอภาวิน สุนทราภิชาติ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่ออุตสาหกรรมในวงกว้าง ทำให้ SCBS ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปีนี้ลดลงมาที่ 1-1.5% จากเดิมที่คาดไว้ 2.4% ซึ่งจะชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4/62 ที่ขยายตัว 1.6% และคาดว่าจะชะลอตัวลงแรงที่สุดในไตรมาส 1/63 ก่อนฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปีนี้

ส่วน EPS ปี 63 คาดว่าจะเติบโต 5% ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่คาดโต 8.4% ขณะที่ SET Index ปีนี้ก็คาดว่าจะอยู่ที่ 1,350-1,460 จุด อย่างไรมองว่า หากมีการประกาศว่าการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเข้าสู่ระยะ 3 เชื่อว่าจะมี downside อีกรอบ โดยมองไปที่ 1,300 จุด

แนะนักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้น ADVANC จากเงินปันผลดี และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำกัด, EA มีแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่อง, KCE เงินบาทอ่อนค่าและราคาทองแดงปรับตัวลง, PTTEP ราคาน้ำมันมี Dowsnide จำกัด, TISCO จากปันผลดี โดยให้แบ่งสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ ที่มีสภาพคล่องและเงินสด ในสัดส่วน 10%, ตราสารหนี้ 10%, ตราสารทุน 60%, และตราสารทางเลือก 20%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ