บลจ.กรุงไทย ออกกองตราสารหนี้ 3 เดือนขาย 16-20 มี.ค.-กองทริกเกอร์หุ้นไทย 6 เดือนเป้า 5%ขาย 17-19 มี.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 17, 2020 17:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่าย 2 กองทุน คือ กองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือนมุ่งรักษาเงินต้น 1 และกองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 3 เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนในช่วงสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจปัจจุบันที่ SET Index มีการปรับตัวลดลงประมาณ 30% ในปีนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 63) รวมถึงตลาดอื่นๆ ที่มีการปรับตัวในระดับใกล้เคียงกันอัน เนื่องมาจากหลายปัจจัย อาทิ ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายภูมิภาคทั่วโลก และปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมัน

และ กองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือนมุ่งรักษาเงินต้น 1( KTFIX3M1) เปิดขายตั้งแต่วันที่ 16-20 มี.ค.63 มีอายุโครงการประมาณ 3 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เงินฝาก/บัตรเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยตราสารที่คาดว่าจะลงทุน คือ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในสัดส่วน 100% มีระดับความเสี่ยงของกองทุนที่ระดับ 4 คือ ปานกลางค่อนข้างต่ำ ผลตอบแทนของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 0.50% ต่อปี ซึ่งผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับไม่เสียภาษี ยกเว้นผู้ถือหน่วยลงทุนนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ประกอบกิจการในประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่เน้นการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอนและต้องการไถ่ถอนหน่วยลงทุนเพื่อรับเงินในช่วงเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ สภาวะตลาดตราสารหนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ 28 ก.พ.-6 มี.ค.63 ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศจากกระแส Risk off อันเนื่องจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนส่งผลกระทบกับการขยายตัวของ เศรษฐกิจไทย อัตราเงินเฟ้อ และโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในวันที่ 25 มีนาคม ที่จะถึงนี้ ภายหลัง Fed มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนอกรอบถึง 50 bps.

อย่างไรก็ดีตลาดยังจับตาดู Bond Supply หลัง พ.ร.บ.งงบประมาณปี 2563 มีผลบังคับใช้ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นยอดขายสุทธิจำนวน 12,964 ล้านบาท และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา มีการปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสโควิด-19 ที่อาจฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนอกรอบ (Emergency Rate Cut) ถึง 50 bps.สู่ระดับ 1.00%-1.25% ต่อปี และ คาดว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.63 โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปีปรับตัวลดลง 37 bps. มาอยู่ที่ 0.49% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 31 bps. มาอยู่ที่ 0.58% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวลดลง 39 bps. มาอยู่ที่ 0.74% ต่อปี

และกองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 3 (KT-TRIG3) เปิดขายตั้งแต่วันที่ 17-19 มี.ค.63 เป็นกองทุนรวมผสม มีเป้าหมาย 5% ภายในระยะเวลา 6 เดือน มีนโยบายกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างได้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนได้ในสัดส่วนตั้งแต่ 0% ถึง 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) -ไม่มีความเสี่ยงต่างประเทศ เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้น แต่ไม่มีเวลาในการติดตามข้อมูล ข่าวสาร สถานการณ์การลงทุน กองทุนนี้นับว่าเป็นจังหวะและโอกาสที่ดี โดยมีเป้าหมายผลตอบแทนที่ 5% ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 6 เดือน

กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 3 จะเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่อิงกับปัจจัยภายในประเทศ (Domestic) ที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทย การฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุน เลือกลงทุนรายหลักทรัพย์โดยให้ความสำคัญกับระดับราคาหุ้นที่สอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการที่มีการเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศและปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงหุ้นที่มีการขยับชิ้นของราคาไม่มาก (Laggard) และหุ้นที่มีการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน (Turnaround) วึ่งจับจังหวะการลงทุนโดยพิจารณาจากระดับราคาหุ้นที่จะเข้าลงทุนเพื่อมุ่งหวังให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนี้ชี้วัดและเลือกลงทุนหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีราคาตามปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ