บลจ.วรรณ เปิดตัวแอพ ONEAM จัดพอร์ตลงทุนด้วยตัวเองตามความเสี่ยง แนะกองหุ้นจีนหลังตอบรับปัจจัยลบไปแล้ว

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 19, 2020 18:27 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้พัฒนาระบบ ONEAM Mobile Application โดยเน้นพัฒนาโปรแกรม Asset Allocation เพื่อเตรียมพร้อมให้ผู้ลงทุนวางแผนการลงทุนด้วยตนเองหลีกเลี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก และ เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกพอร์ตการลงทุนตามระดับความเสี่ยงของแต่ละท่านได้ เมื่อตลาดผ่านจุดต่ำสุด

โปรแกรมนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทผู้ลงทุน ความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง ความเสี่ยงสูง โดยแต่ละระดับความเสี่ยงจะแนะนำสัดส่วนที่ควรลงทุน อาทิ กองทุนตลาดเงินสัดส่วนลงทุนควรเท่าไร ตราสารหนี้เท่าไร กองทุนหุ้น ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกองทุนทางเลือก และคำนวนอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังต่อปี โอกาสชนะเงินเฟ้อ และ ความเสี่ยงของพอร์ตหรือโอกาสที่ผลตอบแทนจะติดลบ ในโปรแกรม Asset Allocation จะคำนวนให้ลูกค้าไว้เรียบร้อย

"บรรยากาศลงทุนในช่วงนี้ อาจจะไม่ใช่จังหวะหรืออยู่ในภาวะที่อยากจะลงทุนมากนัก แต่ในแง่มุมของการลงทุนทุกวิกฤติผมยังมองเป็นโอกาสของการลงทุนตลอด บางช่วงอาจต้องมีการชะลอการลงทุนและติดตามข่าวสารเพื่อทยอยบางส่วนลงทุนป้องกันเสียโอกาสหากตลาดพลิกกลับมา Application นี้ เราออกแบบมาในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงที่เน้น social distancing ทุกท่านจะมีเวลาศึกษาข้อมูล เพื่อเตรียมความพร้อมทยอยการลงทุน ตามคำแนะนำของผู้จัดการกองทุนซึ่งจะยังคงติดตามข่าวสารและปรับพอร์ตการลงทุนในทันต่อสถานการณ์ตลอดเวลา และการลงทุนที่ทางบลจ.วรรณแนะนำมาโดยตลอด คือ การกระจายการลงทุนในทุกๆ สินทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากทุกๆสภาวะตลาด" นายพจน์ กล่าว

ขณะที่ มุมมองการลงทุนในช่วงนี้ต่อเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงกว่า 28% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จากมาตรการปิดเมืองเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัส โดยมาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถือว่าเป็นมาตรการที่ภาครัฐบาลของหลายๆประเทศจำเป็นต้องทำตามความเหมาะสม เพื่อควบคุมสถานการณ์ "สำหรับวิกฤติเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากไวรัสโควิด-19 บลจ.วรรณ มองว่าวิกฤตินี้จะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นสัญญาณการหยุดยั้งการแพร่ระบาด โดยวิกฤติครั้งนี้มีความแตกต่างกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา อย่างเช่น Global Financial Crisis เมื่อปี 2008-2009 ที่ตลาดจะตอบรับเชิงบวกเมื่อธนาคารกลางอัดฉีดนโยบายการเงินเข้าระบบ ขณะนี้ เราประเมินสถานการณ์โดยใช้หลักอัตราส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายต่อจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดของแต่ละประเทศ เป็นจุดตัดสินใจการกลับเข้าลงทุนในหุ้นของประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างกรณี สหรัฐฯ เราใช้อัตราส่วน 70% ขึ้นไป สำหรับยุโรป 80% ขึ้นไป เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่มีสูงกว่า ขณะที่อัตราส่วนของประเทศจีนในปัจจุบันสูงกว่า 80% จากการใช้มาตรการขั้นสูงสุดในการจำกัดการแพร่ระบาด"นายพจน์กล่าว

ในส่วนของตลาดหุ้นไทยนั้น แม้ว่าจะยังไม่ประกาศเข้าสู่ระยะ 3 แต่ความเชื่อมั่นจะขึ้นอยู่กับมาตรการความเข้มงวดของภาครัฐ ซึ่งถือว่าขณะนี้ ตลาดยังมีความผันผวน แต่หากพิจารณาเฉพาะในแง่ Valuation นั้น ดัชนี ณ ระดับปัจจุบัน หากประเมิน EPS ในปีนี้ที่ต่ำที่สุดที่ระดับ 88 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่าคาดการณ์ โดยมี Consensus EPS ปัจจุบันที่ 93 บาทต่อหุ้น คิดเป็น PE 12.8 เท่า นั้น ถือว่าเป็นระดับใกล้เคียงกับค่า PE ที่ -1SD(ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน) จึงประเมินว่าที่ระดับดัชนีปัจจุบัน อาจจะมี Downside risk ที่ค่อนข้างจำกัดแล้ว โดยปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนให้ตลาดสามารถมายืนได้ หลังผ่านจุด peak ไปแล้ว ได้แก่ 1. ธนาคารกลางหลายแห่งมีนโยบายผ่อนคลาย และสภาพคล่องในระบบที่ยังคงอยู่ในระดับสูง 2. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากนโยบายของภาครัฐ

นายพจน์ กล่าวต่อว่า คำแนะนำในช่วงนี้ สำหรับผู้ลงทุนระยะสั้นแนะนำชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ แต่ผู้ลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีการทยอยสะสมบางส่วนในกองทุนประเภท RMF โดยแนะนำ กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ONE-UGERMF) ยังเป็นโอกาสที่ดี ในส่วนของนักลงทุนระยะยาวและสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดต่างประเทศได้ บลจ.วรรณแนะนำเริ่มทยอยสะสมบางส่วนในกองทุนเปิด วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี้ ชนิดไม่จ่ายเงินปันผลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-ALLCHINA-RA) โดยราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบแล้วระดับหนึ่งประกอบกับรัฐบาลจีนมีแนวโน้มออกมาตรการฟื้นฟู

นอกจากนี้ กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก ยังเป็นอีกหนี่งทางเลือกในช่วงนี้ เพื่อป้องกันการเสียโอกาสการลงทุน บลจ.วรรณ แนะนำกองทุน Property Fund/REITs แนะนำถือ กองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ พลัส ดิวิเดน ฟันด์(ONEPROP-D) ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้ถือลงทุนระยะยาว โดยช่วงสั้น REITs บางรายอาจะได้รับผลกระทบเกี่ยวกับกระแสเงินสดได้บ้าง โดยท่านที่สนใจคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสามารถหารายละเอียดได้ใน ONEAM Mobile Application ผ่านโปรแกรม Asset Allocation


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ