โบรกฯเชียร์"ซื้อ"CBG ลุ้นกำไรเข้าสู่ขาขึ้น ส่งออก CLMV หนุน,รับรู้ฯเพิ่มกำลังผลิตขวด-กระป๋องปลายปี

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 13, 2020 17:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ แนะนำ"ซื้อ"หุ้น บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ขานรับผลประกอบการไตรมาส 1/63 เติบโตโดดเด่น ยอดขายทุบสถิติสูงสุดกว่า 4.1 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 801 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เหตุส่งออกตลาดกลุ่มประเทศ CLMV ขยายตัวก้าวกระโดด และค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาในสหราชอาณาจักรและค่าสปอนเซอร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ต้องจับตาการรับรู้รายได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ Woody C+Lock เข้ามาเต็มที่ไตรมาส 3/63 พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตขวดและกระป๋องในช่วงปลายปี หนุนแนวโน้มกำไรเข้าสู่วัฎจักรขาขึ้น ช่วยผลักดันอัพไซด์มูลค่าพื้นฐานหุ้น CBG ต่อเนื่องในอนาคต

หุ้น CBG ปิดที่ 86.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ดัชนีหุ้นไทย -0.40%

         เอเชีย เวลท์                     ซื้อ                    105.00
         เคจีไอฯ                         ซื้อ                     94.00
         หยวนต้า(ประเทศไทย)              ซื้อ                     92.00
         ฟินันเซีย ไซรัส                    ซื้อ                    107.00
         เคทีบี (ประเทศไทย)               ซื้อ                    118.00
         คันทรี่ กรุ๊ป                       ซื้อ                    110.00
         ธนชาต                          ซื้อ                     96.00
         บัวหลวง                         ซื้อ                     90.00

นางสาวนฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์ลงทุนด้านปัจจัยพื้นฐาน บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส1/63 ของ CBG จะรายงานออกมาตามคาด และได้รับผลกระทบเชิงลบเพียงเล็กน้อยจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีเนื่องจากภาพรวมศักยภาพของอัตรากำไรกำลังเป็นขาขึ้น หลังจากค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลดลง

CBG จะมีรายได้เข้ามาเสริมจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพใหม่ Woody C-Lock จะรับรู้กำไรเข้ามาเต็มที่ในไตรมาส3/63 รวมถึงกำลังการผลิตขวดใหม่เพิ่มขึ้น 40% และกระป๋องอีก 30% จะทยอยเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้แนวโน้มอัตรากำไรสุทธิตลอดทั้งปี 63 จะขยับขึ้นมาเป็น 18.70% สูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับปีก่อนเฉลี่ยอยู่ที่ 16.9%

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/63 พบว่ายอดขายเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 4.1 พันล้านบาท ได้รับแรงสนับสนุนจากยอดส่งออกเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ 2.1 พันล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากตลาดประเทศ CLMV และยอดขายจากตัวแทนจำหน่าย Third-Party ช่วยชดเชยยอดขายในประเทศลดลง 1% ขณะเดียวกันสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวดีขึ้น หลังจากค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาในสหราชอาณาจักรและค่าสปอนเซอร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิปรับตัวลดลงจาก 0.4 เท่า ณ สิ้นปี 62 มาอยู่ที่ 0.3 เท่า ณ สิ้นเดือน มี.ค.63

ทั้งนี้ ประเมินแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/63 มีโอกาสเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/63 (QoQ) อย่างไรก็ตาม กำไรหลักในไตรมาส 1/63 คิดเป็น 27% ของประมาณการกำไรทั้งปี 63 ทำให้ฝ่ายวิจัยฯยังไม่ได้ทบทวนประมาณการใหม่ โดยคงเป้าหมายยอดขายปีนี้เติบโต 5% ส่วนกำไรสุทธิเติบโต 16.6% มาแตะ 2.92 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท

"เราค่อนข้างประทับใจกับผลงานในไตรมาสแรกของ CBG เป็นปัจจัยสนับสนุนแรงซื้อให้กลับมาช่วงนี้ แม้ว่าราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก แต่เราก็ยังมองเป็นโอกาสซื้อลงทุนระยะยาว เพราะแนวโน้มของกำไรจะเป็นตัวแปรสำคัญช่วยผลักดันอัพไซด์ของหุ้น CBG ในระยะถัดไป และมีโอกาสกลับมาซื้อขายบน P/E ที่สูงขึ้นได้อีกครั้ง" นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง กล่าว

ด้านบทวิจัยฯ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า หุ้น CBG ปรับตัวลดลงมาซื้อขายบนค่าเฉลี่ย P/E ที่กว่า 25 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ในอดีตที่ซื้อขายกันมากกว่า 30 เท่า เชื่อว่าหากยอดขายผลิตภัณฑ์ใหม่ C+Lock เติบโตได้ดีกว่าคาด ช่วยหนุนอัพไซด์ของหุ้น CBG ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าในปัจจุบัน

ส่วนบทวิจัยฯ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า แนวโน้มรายได้ของ CBG จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากทั้งยอดขายในประเทศและการส่งออก ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานบรรจุภัณฑ์เต็ม 100% ทั้งโรงงานขวดแก้วและโรงงานกระป๋องอลูมิเนียม ขณะที่ราคาอลูมิเนียมที่เป็นต้นทุนก็มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3/63 เป็นอีกหนึ่งตัวแปรช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ แม้ว่าฝ่ายวิจัยฯยังไม่ปรับประมาณการ เพราะแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/63 อาจชะลอตัวไปบ้าง แต่เชื่อว่า CBG กำลังเข้าสู่วัฎจักรของการลงทุนและเติบโตในรอบใหม่ ช่วยผลักดันให้หุ้น CBG สามารถกลับมาซื้อขายโดยบวก Premium เข้าไปได้ จึงแนะนำซื้อตามแนวโน้มการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า

ขณะที่ บล.เอเชีย เวลท์ มีมองเชิงบวกกับหุ้น CBG แม้ว่าไตรมาส 2/63 จะได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ โดยเฉพาะการประกาศเคอร์ฟิวช่วง เม.ย.-พ.ค. แต่ด้วยสภาพอากาศและเทรนด์ในเรื่องของการรักษาสุขภาพช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม Functional Drink ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง รวมทั้งยอดขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV จะยังเป็นปัจจัยช่วยลดผลกระทบจากรายได้ของธุรกิจในประเทศที่ลดลง ทำให้ประเมินว่าผลกระทบต่อรายได้รวมจะไม่มาก

ปัจจุบันประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิปี 63 เพิ่มขึ้น 11.4% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 2,793 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง ด้านราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ที่มากกว่า 30% ทำให้แนะนำ "ซื้อ" มีราคาพื้นฐานอยู่ที่ 105 บาทอ้างอิงบนค่าเฉลี่ย P/E 38 เท่า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ