SHR รับรายได้ปีนี้วูบหนักรับพิษโควิด เตรียมพร้อมเปิดบริการในรูปแบบ New Normal หลังสถานการณ์คลี่คลาย

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday June 1, 2020 18:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) กล่าวว่า บริษัทยอมรับรายได้ปีนี้จะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 4,038.14 ล้านบาท จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท ทำให้ต้องหยุดบริการโรงแรมและรีสอร์ทเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.63 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก และปิดพรหมแดนในหลายประเทศที่โรงแรมของบริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ ยกเว้นโรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 7 แห่งที่ต้องเปิดดำเนินการตามคำร้องขอของภาครัฐบาล เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคคลากรของภาครัฐบาลในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ในสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ จากการปิดทำการโรงแรมและรีสอร์ทเป็นการชั่วคราวส่งผลทำให้อัตราการเข้าพัก (OCC) ในช่วงไตรมาส 2/63 ปรับตัวลดลง จากไตรมาส 1/63 ที่มีอัตราการเข้าพัก (OCC) เฉลี่ยอยู่ที่ 60% เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการล็อกดาวน์ ดังนั้น กลยุทธ์การดำเนินงานในช่วงนี้บริษัทจะเน้นการบริหารเงินสดและบริหารต้นทุน

"เราคาดว่ารายได้ปีนี้น่าจะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเปิดทำการของโรงแรมและรีสอร์ทได้เพียงไตรมาสแรก และน่าจะกลับมาเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบได้ในช่วงปลายปี"นายชัยรัตน์ กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินงานภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายในช่วงที่โรงแรมเริ่มกลับมาเปิดทำการแล้ว โดยในไตรมาส 3/63 การหาลูกค้า การตลาดและการขาย บริษัทจะเน้นตลาดในประเทศที่ SHR มีการดำเนินธุรกิจอยู่ และประเทศใกล้เคียง หรือที่มีการเดินทางในระยะสั้น (Domestic&Inter-regional) เป็นหลัก ส่วนการโปรโมทการขาย จะเป็นไปในรูปแบบ Trust, Safety&Hygiene หรือทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยในการมาพักที่โรงแรม และยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารเงินสดอยู่

ขณะที่ในไตรมาส 4/63 จะเป็นช่วงของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบ New Normal ทั้งการดำเนินงานและการบริหาร หลังโรงแรมและรีสอร์ทกลับมาเปิดดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเชื่อว่าในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า ลูกค้าที่มาจากทวีปไกลๆ จะเริ่มกลับมาท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้

พร้อมกันนี้เชื่อมั่นว่าหลังจากที่โรงแรมกลับมาเปิดทำการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว โรงแรมและรีสอร์ทของ SHR จะได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยว จากระดับราคาที่อยู่ในระดับที่เหมาะสม และอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย หรือในประเทศที่มีการควบคุมสถานการณ์ได้ค่อนข้างดี เช่น ประเทศไทย เป็นต้น

นายชัยรัตน์ กล่าวว่า โรงแรมและรีสอร์ทที่จะกลับมาเปิดดำเนินการได้จะขึ้นอยู่กับการผ่อนคลายมาตรการของแต่ละประเทศนั่นๆ โดยประเทศไทย สถานการณ์ฯ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และผู้ติดเชื้อโควิด-19 ก็มีจำนวนน้อย ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างรอทางรัฐบาลพร้อมที่จะเปิดสนามบินให้นักท่องเที่ยงต่างชาติกลับมาท่องเที่ยวได้เมื่อไหร่

สำหรับสาธารณรัฐฟิจิ (Fiji) และสาธารณรัฐมอริเชียส (Mauritius) ถือว่าได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยที่สุด ทำให้คาดว่าจะกลับมาเปิดดำเนินการได้ก่อนโรงแรมและรีสอร์ทอื่นๆ ของบริษัท และประเทศมัลดีฟส์ (Maldive) น่าจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงถัดไป หลังรัฐบาลมัลดีฟส์เตรียมเปิดให้สายการบินพาณิชย์สามารถบินลงประเทศในเดือนก.ค.63 ส่วนสหราชอาณาจักรจะเปิดดำเนินการได้หลังสุด เนื่องจากยังมีสถานการณ์ฯ ที่รุนแรงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงงบลงทุนปีนี้ไว้ที่ 4,000-6,000 ล้านบาท เพื่อใช้ซื้อกิจการ (M&A) ในโรงแรมที่มีผลการดำเนินงานที่ดี หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ