ADVANC ศึกษาตั้งกองทุน IFF,วางเป้าปี 64 ลูกค้า 5G เพิ่มแตะ 2 ล้านราย

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday August 10, 2021 16:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสาวนัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าฝ่ายงานนักลงทุนสัมพันธ์และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการนำสินทรัพย์จากธุรกิจโทรคมนาคมขายเข้ากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)

ปัจจุบันเอไอเอสมีสินทรัพย์ที่หลากหลาย ได้แก่ สายไฟเบอร์ ซึ่งเอไอเอสน่าจะมีมากที่สุด , เสาโทรคมนาคม ที่เอไอเอสเป็นเจ้าของมีมากว่า 2.2 หมื่นเสา โดยบริษัทจะพิจารณาถึงการทำธุรกิจในระยะยาว และผลในเชิงการเงินว่าจะสามารถสร้างให้เกิด Value กับบริษัทได้อย่างไร

"สินทร้พย์เหล่านี้ถือว่ามีโอกาสที่จะแชร์ใช้ร่วมกันระหว่างโอเปอเรเตอร์ ยิ่งในอนาคตที่เราก้าวไปสู่ 5G เราอาจจะต้องขยายโครงข่ายเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจ connectivity ต้องมอง Return ระยะยาว การที่จะทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่ต่ำ การแชร์โครงสร้างพื้นฐานอาจจะเป็นหนึ่งในโอกาสที่จะทำ เราเห็นประเด็นนี้ที่หลายประเทศเริ่มทำไปแล้ว บ้านเราในอดีตเราอยู่บนระบบสัมปทาน และแต่ละสัมปทานต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง การแชร์จึงไม่มี ในอนาคตอาจจะมี เป็นเรื่องที่เอไอเอสกำลังศึกษาอยู่ ขอเวลาศึกษาดูข้อดีข้อเสียของการทำ" นางสาวนัฐิยา กล่าว

นางสาวนัฐิยา กล่าวถึงการดำเนินงานเอไอเอสผ่าน 3 แกนเชิงกลยุทธ์ และ 4 ธรกิจหลัก

ทั้งนี้ 3 แกนเชิงกลยุทธ์ธุรกิจ ได้แก่

  • Optimize Core Business ได้แก้ธุรกิจ Mobile เป็นธุรกิจที่สร้างผลกำไรให้บริษัท การที่จะรักษาต่อไปคือ 5G สามารถคอนเนคผ่านรูปแบบเทคโนโลยีใหม่ , ระบบการบริหารจัดการที่กระชับ ,การปรับการให้บริการลูกค้าบนรูปแบบออนไลน์หรือดิจิทัล ให้ธุรกิจยังเติบโตอย่งแข็งแรงต่อเนื่อง ยังเป็นกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท
  • Build Growth Engine เป็นการสร้างธุรกิจในระยะกลาง หรือ ระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ได้แก่ ธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน (FBB)หรือ เอไอเอสไฟเบอร์ที่ต่อยอดธุรกิจ Mobile ซึ่งปัจจุบัน 80% เป็นลูกค้ามือถือของเอไอเอสโดยการเข้าถึงครัวเรือนก็จะเปิดโอกาสบริการใหม่ๆ เข้าไปได้ยิ่งเป็นยุค 5G ไม่ว่าจะเป็น Home solution , Security solution ที่จะเข้ามามาก

รวมถึงธุรกิจกลุ่มลูกค้าองค์กร (Enterprise) ที่เป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับ clound , IoT , cyber security ที่จะช่วยการเติบโตในระยะกลาง โดยธุรกิจ Enterprise เป็นธุรกิจที่มีความหลากหลายมาก และมีผู้เล่นที่หลากหลาย โดยวางpositon ให้เร่งการปรับตัวขององค์กรไทยให้เช้ากับยุคดิจิทัลมากขึ้น

  • Invest in Future เป็นการมองหาธุรกิจใหม่ที่มีความเกี่ยวเนื่องในอนาคต สร้างฐานระยะยาว เป็น New Digital Business เช่น AIS Play การทำเกมแพลตฟอร์ม

สำหรับ 4 ธุรกิจหลักได้แก่

1. ธุรกิจมือถือ (Mobile) โดยเอไอเอสดำเนินธุรกิจนี้มา 30 ปีและเป็นเบอร์หนึ่ง โดยสร้างผลกำไรและเงินสดมาได้อย่างต่อเนื่อง ที่เป็นจุดที่ให้ธุรกิจแข็งแรง โดย S-Curve ที่มาใหม่คือ 5G ซึ่งเอไอเอสตั้งใจปักธงเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ โดยปัจจุบันมีลูกค้า 5G ถึง 1 ล้านราย และตั้งเป้าหมายสิ้นปี 64 จะมีลูกค้า 5G เพิ่มเป็น 2 ล้านราย

ทั้งนี้ รายได้ต่อเดือน (ARPU)ของ 5G เพิ่มขึ้นมา 10-15% ขึ้นมาเป็นเฉลี่ย 600 บาท/เดือน และคาดจะขยายเข้าสู่ลูกค้ากลุ่มอื่นได้จากที่เครื่องมือถือ 5G จะมีราคาถูกลงมา ในครึ่งปีหลังคาดจะมีเครื่องมือถือ 5 G ที่ราคาต่ำกว่า 6,000 บาทเข้ามาในตลาดมากขึ้น

2.ธุรกิจอินเตอร์เน็ตบ้าน เป็นการเปิดประตูสู่คร้วเรือน โดยให้บริการผ่านสายไฟเบอร์ วันนี้มีส่วนแบ่งตลาด 12% ปีหน้าตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นเบอร์ 3 ได้จากปัจจุบันอยู่อันดับ 4 และธุรกิจนี้จะมีการบริการสร้างความแตกต่าง โดยแบรนด์เอไอเอสเป็นแบรนด์ที่ให้ความเชื่อถือ และปีที่แล้วก็สร้างผลกำไรแล้ว

3.ธุรกิจ Enterprise จะช่วยองค์กรนำเทคโนโลยีมาช่วยเหลือองค์กร ครึ่งแรกปีนี้รายได้เติบโตจากปีก่อน อีกทั้งการเสริมความแข็งแกร่งผ่านกมาเป็นพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เช่น ไมโครซอฟท์ ที่จะช่วยผลักดันการเติบโต คลาวด์เซอร์วิส , นำ 5G เป็นเทคโนโลยีในการให้บริการลูกค้าองค์กร มีระบบคลาวด์ ระบบประมวลผล ให้มีขีดความสามารถการทำงานรวดเร็ว

4.Digital Platform ที่เห็นชัดเจนได้แก่ AIS Play เป็นแพลตฟอร์มที่ไปพร้อมอินเตอร์เน็ตบ้าน คือกล่อง AIS Play และผ่านมือถือ เป้าหมายหลักธุรกิจนี้ ต้องการสร้าง Retention ให้ลูกค้ามี royalty กับเอไอเอส เป็นบริการต่อยอดที่ให้ Value กับลูกค้าเพิ่มขึ้น และลูกค้าใช้จ่ายมากขึ้น ก็จะเกิด ARPU ที่สูงขึ้น และจะทำให้เกิดลูกค้ารายใหม่ที่จะเข้ามาใช้เอไอเอส

โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาหลังจากเปิดตัว Disney Hotstar และรายการโตเกียวโอลิมปิกเกมส์ มีฐานลูกค้า AIS Play มากกว่า 4 ล้านรายแล้ว ทั้งนี้ value ของธุรกิจที่เกิดขึ้นได้แก่ พรีเมียมแพ็กเกจ ที่จะจับมือกับพาร์ทเนอร์ เช่น disney หรือ VIU ,การสร้างเกิด Mass market จะเปิดโอกาสฐานโมเดลโฆษณาได้ด้วย อย่างรายการโตเกียวโอลิมปิกเกมส์ ก็จะเพิ่มคอนเท้นน์นี้เข้ามา , การได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดรายการโตเกียวโอลิมปิกเกมส์

ส่วนกรณีที่ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เข้ามาลงทุนในบมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) น่าจะมีโอกาสต่อยอดธุรกิจให้เอไอเอสได้ด้วย อย่างไรก็ดี ในส่วนที่ GULF ทำคำเสนอซื้อ ADVANC ต้องรอถึงวันที่ 13 ส.ค.นี้ ถึงจะทราบผล โดยเบื้องต้นรอให้ GULF ผู้ถือหุ้นใหม่ กับผู้ถือหุ้นเดิมของ INTUCH พูดคุยกัน รวมถึงที่นั่งกรรมการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการในส่วนของ INTUCH


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ