TGE เล็งเข้าประมูลงานโรงไฟฟ้าขยะชุมชนระยะที่ 2 กำลังผลิต 37.7 MW หนุนโตต่อเนื่อง

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 28, 2022 11:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายศักดิ์ดา ศิริภัทรโสภณ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ท่าฉาง กรีน เอ็นเนอร์ยี่ (TGE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนเข้าประมูลงานโครงการโรงไฟฟ้าฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีความสนใจเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน (ระยะที่ 2) กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 37.7 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้า TES TCN จ.สมุทรสาคร ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ซึ่งได้มีการเข้าประมูลไปแล้วเมื่อเดือน มิ.ย.65 โดยอยู่ระหว่างรอประกาศผล คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในในเร็วๆ นี้

โครงการโรงไฟฟ้า TES CNT จ.ชัยนาท ขนาดกำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ คาดจะเปิดให้เข้าประมูลในเดือน ต.ค.65 และโครงการโรงไฟฟ้า TES PRI จ.ปราจีนบุรี ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างขั้นตอนเทคนิคการจัดทำข้อกำหนดโครงการ (TOR) รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้า TES UBN จ.อุบลราชธานี ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ จะเข้าไปประมูลในต้นปี 66 ซึ่งหากสามารถชนะทั้งหมด 4 โครงการ จะเป็นไปตามแผนการเพิ่มกำลังการผลิตของบริษัทฯ

สำหรับเป้าหมายกำลังการผลิต ปัจจุบันบริษัทฯ มีการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.7 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการยื่นขอทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในส่วนของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนระยะที่ 1 จำนวน 3 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้ง 22 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES SKW สระแก้ว กำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES RBR ราชบุรี กำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน TES CPN ชุมพร กำลังการผลิต 6 เมกะวัตต์ โดยคาดจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในต้นปี 66 หากดำเนินการได้ตามแผนจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างราว 20 เดือน และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ระยะที่ 1 เข้ามาในปี 67 ส่งผลให้ในปี 67 บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมเป็น 51.7 เมกะวัตต์

ขณะที่ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 70) บริษัทฯ ตั้งเป้ามีกำลังการผลิตติดตั้งเติบโตกว่า 100 เมกะวัตต์ จากการ COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชนระยะที่ 2 อีก 4 โครงการ และในปี 75 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตติดตั้งเกิน 200 เมกะวัตต์ จากการขยายกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตในมือแล้ว 90 เมกะวัตต์, การแสวงหาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยหลายที่ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี ในแง่ของการประหยัดต้นทุน, ศึกษาลงทุนใน New s curve คาดจะเห็นความชัดเจนได้ในเร็วๆ นี้ และการขยายธุรกิจร่วมกันกับพันธมิตร ซึ่งจากแผนการขยายกำลังการผลิตดังกล่าว จะหนุนให้ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างยั่งยืน

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า บริษัทฯ คาดรายได้ปีนี้จะเติบโต เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 807.50 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีรายได้รวมแล้ว 467.88 ล้านบาท จากรายได้การขายไฟฟ้า รายได้ขายไอน้ำ รายได้การกำจัดขยะ และรายได้การบันทึกบัญชี ตามลำดับ เนื่องจากสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพทั้ง 3 โครงการ ได้แก่ TGE, TPG และ TBP

โดยเฉพาะโครงการ TBP ที่บริษัทเพิ่งเริ่ม COD ในช่วงกลางปี 64 และจะรับรู้รายได้เต็มปี 65 ขณะเดียวกันโครงการ TBP ยังสามารถสร้างรายได้จากการขายไอน้ำที่ซัพพลายให้กลุ่มอุตสาหกรรมท่าฉาง ซึ่งในปี 64 มีรายได้กว่า 60 ล้านบาท แต่ครึ่งปีแรกของปีนี้ มีรายได้แล้ว 60 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการจำกัดขยะ บริษัทมีรายได้ 450 ถึง 600 บาทต่อตัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีขยะเข้ามา 450 ถึง 500 ตันต่อวัน และในอนาคตอันใกล้ตั้งแต่ปี 67 จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการ COD โรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ