BCP รายได้ปี 65 ออลไทม์ไฮทะลุ 3 แสนลบ.กำไรพุ่งทะยานแม้ Q4/65 ขาดทุนสต็อก

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday February 21, 2023 10:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

BCP รายได้ปี 65 ออลไทม์ไฮทะลุ 3 แสนลบ.กำไรพุ่งทะยานแม้ Q4/65 ขาดทุนสต็อก

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) เปิดเผยว่า กลุ่ม BCP สร้างสถิติใหม่ในปี 65 ด้วยผลการดำเนินงานสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 312,202 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% จากปี 64 คิดเป็น EBITDA 44,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,575 ล้านบาท สูงขึ้น 65% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 8.89 บาท

โดยหลัก ๆ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจโรงกลั่นฯ และการลงทุนในธุรกิจต้นน้ำที่นอร์เวย์ แสดงถึงความสำเร็จจากการขยายและปรับเปลี่ยนธุรกิจให้หลากหลายและสมดุล โครงสร้างองค์กรที่คล่องตัวและการขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

BCP รายได้ปี 65 ออลไทม์ไฮทะลุ 3 แสนลบ.กำไรพุ่งทะยานแม้ Q4/65 ขาดทุนสต็อก

ผลการดำเนินงานที่สำคัญในแต่ละกลุ่มธุรกิจมีดังนี้

  • กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มี EBITDA รวม 17,864 ล้านบาทในปี 65 เพิ่มขึ้นถึง 91% เทียบกับปี 64 จากความสามารถในการปรับตัว การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์และสร้างฐานลูกค้าใหม่ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ส่งผลให้ดำเนินการกลั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงกลั่นน้ำมันบางจากมีอัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ในระดับ 123,000 บาร์เรลต่อวันตลอดทั้งปี 65 เพิ่มขึ้น 24% จากปี 64 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ฟื้นตัว

ขณะที่อุปทานน้ำมันตึงตัวจากสงครามรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้ค่าการกลั่นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 9.81 เหรียญ/บาร์เรล จาก 4.52 เหรียญ/บาร์เรลในปี 64 มาเป็น 14.33 เหรียญ/บาร์เรลในปี 65 เนื่องจาก Crack Spread ของทุกผลิตภัณฑ์น้ำมันปรับเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี มีการรับรู้ขาดทุนจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าและ Inventory Gain ลดลงเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 65 สำหรับธุรกิจการค้าน้ำมันโดยบริษัท BCPT เติบโตต่อเนื่อง มีธุรกรรมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันรวมเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนของธุรกรรมกับคู่ค้าที่อยู่ภายนอกกลุ่มบริษัทบางจากมากขึ้น

  • กลุ่มธุรกิจการตลาด มี EBITDA รวม 2,909 ล้านบาทในปี 65 เพิ่มขึ้น 11% จากปี 64 ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายรวมเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภคและการผลักดันด้านการตลาด อีกทั้ง การเปิดประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นถึง 148% จากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ส่วนแบ่งการตลาดด้านปริมาณยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการสะสมในปี 65 อยู่ที่ 16.4% เทียบกับ 16.2% ในปี 64 (ตามข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน) ณ สิ้นปี 65 มีสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 1,343 สถานี และธุรกิจ Non-Oil ร้านกาแฟอินทนิลมีสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 1,002 สาขา

  • กลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ภายใต้การดำเนินงานโดย บมจ. บีซีพีจี (BCPG) มี EBITDA รวม 6,400 ล้านบาทในปี 65 เพิ่มขึ้น 53% จากปี 64 จากการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท Star Energy Group Holdings Pte. Ltd. 2,031 ล้านบาทในไตรมาส 1/65 โดยผลการดำเนินงานปกติปรับเพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น 3 โครงการ ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นถึง 373% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ภายใต้การดำเนินงาน โดย บมจ. บีบีจีไอ (BBGI) มี EBITDA รวม 617 ล้านบาทในปี 65 ปรับลด 67% จากปี 64 ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายการพิเศษในไตรมาส 3/64 (กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน) ทั้งนี้ การดำเนินงานโดยปกติปรับลดลงเนื่องจากธุรกิจเอทานอลมีปริมาณขายลดลงและธุรกิจไบโอดีเซลปริมาณขายลดลงจากการที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ประกาศปรับส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B10 เป็น B5 ในช่วง 9 เดือนแรกของปี
  • กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและธุรกิจใหม่ มี EBITDA รวม 17,625 ล้านบาทในปี 65 เพิ่มขึ้นถึง 114% จากปี 64 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนวิธีบันทึกเงินลงทุนใน OKEA เป็นบริษัทย่อยตั้งแต่ไตรมาส 3/64 ทำให้ปี 65 กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติรับรู้ EBITDA จาก OKEA เต็มปี ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานเฉพาะของ OKEA ปี 65 EBITDA เพิ่มขึ้น 82% จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว และราคาขายก๊าซธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก ส่วนปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3% จากปี 64 จากการรับรู้รายได้ของแหล่ง Yme ตลอดปี

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/65 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 84,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมี EBITDA 6,951 ล้านบาท ลดลง 39% จากไตรมาสก่อน เป็นผลจากราคาพลังงานในตลาดโลกปรับลดลง ส่งผลให้ มี Inventory Loss 4,003 ล้านบาท นอกจากนี้ธุรกิจของ OKEA ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูหนาวและระดับสต๊อกก๊าซธรรมชาติของยุโรปที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ไตรมาส 4/65 มีกำไรสำหรับงวดส่วนของบริษัทใหญ่ 473 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.26 บาท

นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่าปี 66 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายจากการที่ประเทศเศรษฐกิจหลักกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานในปี 65 จะเป็นฐานที่แข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทบางจากในการเดินหน้าต่อไป

โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ประกาศซื้อหุ้นและทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บมจ.เอสโซ่ ประเทศไทย (ESSO) ยกระดับการดำเนินธุรกิจและความเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จากพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านความมั่นคงของพลังงานและขยายการลงทุนไปสู่พลังงานแห่งอนาคต รวมถึงต่อยอดธุรกิจปัจจุบัน หรือธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต โดยรักษาสมดุลที่ดีระหว่างความท้าทายด้านพลังงาน 3 ประการ คือ ความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืนของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำวิสัยทัศน์ "รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว" และแนวทางการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคมที่บางจากฯ ให้ความสำคัญมาตลอดเกือบ 4 ทศวรรษ ของการดำเนินธุรกิจ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ