AMATA หวังโกยยอดโอนปีนี้ดันผลงาน New High วางเป้ายอดขายที่ดินโตกว่า 3 เท่า

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 8, 2023 15:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เชื่อปีนี้ไปได้สวยหลังโควิด-19 จบลง-จีนเปิดประเทศเป็น Signal ที่ดี มั่นใจว่าผลงานทำ New high หลังขยับเป้าหมายยอดขายที่ดินพุ่งสู่ระดับ 2,500 ไร่ เติบโตกว่า 3 เท่าจากยอดขายที่ทำได้ในปีก่อน พร้อมคาดหวังยอดโอนสูงขึ้นมาก

"เราเคยทำสูงสุดไว้ที่ 2,800 ไร่ ตอนนั้นเราเป็นเพียงผู้เล่นรายเดียวในตลาด ไม่เหมือนวันนี้ที่มีผู้เล่นหลายเจ้า แต่เรายังคงได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างๆ จะเห็นว่าลูกค้าบางรายมัดจำเข้ามา 90% ของราคาที่เขาซื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ AMATA"นายวิบูลย์ กล่าว

บริษัทวางเป้ายอดขายที่ดินในปี 66 ที่ 2,500 ไร่ จากปีก่อนทำได้ 693 ไร่ ปัจจัยหนุนมาจากการที่การระบาดโควิด-19 สิ้นสุดลง และกลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มที่ ทำให้นักลงทุนและผู้ประกอบต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศได้อย่างสะดวก ประกอบกับการกลับมาเปิดประเทศของจีนเร็วกว่าที่คาดทำให้กลุ่มนักลงทุนและผู้ประกอบการชาวจีนเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาดูพื้นที่ในการลงทุน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการกลับมาฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท

โดยเฉพาะนิคมฯในชลบุรีและระยองของบริษัทที่มีกลุ่มผู้ประกอบการจากต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนและผู้ประกอบการชาวจีน ซึ่งบริษัทมีบริษัทร่วมทุนไทย-จีน ที่มีที่ดินรองรับแล้ว และตั้งเป้ายอดขายที่ดินจากบริษัทร่วมทุนไทย-จีน ไม่ต่ำกว่า 500 ไร่ ส่วนยอดขายที่ดินในเวียดนามในปี 66 ตั้งเป้าไว้ที่ 600-700 ไร่

สำหรับมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท คาดหวังการโอนในปีนี้ไว้ที่ 60% ซึ่งคาดว่าจะเห็นการทยอยมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะในช่วงครึ่งปีแรก หลังจากที่มีการเปิดประเทศกลับมา นักลงทุนและผู้ประกอบการต่างๆเพิ่งเริ่มทยอยเข้ามาสำรวจพื้นที่ ทำให้การโอนที่ดินจะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้เข้ามาค่อนข้างมากกว่าครึ่งปีแรก

ด้านสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปีนี้จะมาจากรายได้ขายที่ดินที่เพิ่มมาเป็น 50-60% จากปีก่อนอยู่ที่ 30-35% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากสาธารณูปโภคจะอยู่ที่ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 30-35% ส่วนที่เหลือเป็นรายได้อื่นๆ ขณะที่ยังมีความร่วมมือกับบมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ภายใต้ "อมตะ บี.กริม เพาเวอร์" ที่จะมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าเข้ามาให้กับลูกค้าในนิคมฯของบริษัท

ส่วนงบลงทุนของบริษัทในปี 66 จะใช้ซื้อที่ดินใหม่กว่า 1 พันล้านบาท และราว 4-5 พันล้านบาทจะใช้ลงทุนในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในนิคมของบริษัท และรองรับการพัฒนานิคมฯอุตสาหกรรมในสปป.ลาว ทางตอนเหนือ เนื้อที่ทั้งหมดกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งจะเริ่มพัมนาในไตรมาส 2/66 และเริ่มเปิดเฟสแรกในไตรมาส 4/66

ขณะที่การลงทุนในเมียนมา ยังคงรอสถาการณ์ทางการเมืองให้ชัดเจนก่อนกลับไปลงทุนพัฒนาโครงการอีกครั้ง

นายวิบูลย์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นและการมาของรัฐบาลชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ ในฐานะของบริษัทที่อยู่ในวงการอุตสาหกรรมและเป็นภาคเอกชนนั้นมองว่าอยากเห็นนโยบายที่ออกมาช่วยสนับสนุนด้านภาษีด้านการลงทุน (Tax Incentive) ให้มากขึ้นและจูงใจนักลงทุนไทยและต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งมองว่าภาคเอกชนถือเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ และส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประชาชน ทำให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น

แต่ยังมีความเป็นห่วงในเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำหากมีการขยับเพิ่มสูงขึ้นมาก จะส่งผลต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันในการดึงดูดนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างๆเข้ามาในประเทศไทยน่าสนใจลดลง เพราะค่าแรงถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการเลือกเข้ามาลงทุนของนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างชาติ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสม

นายวิบูลย์ กล่าวถึงกรณีความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างใช้ชื่อ "บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)" ตราสัญลักษณ์ (โลโก้) ภาพผู้บริหาร รวมถึงมีการปลอมแปลงเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ในรอบที่ 2 โดยการชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมลงทุนในกองทุนเทรดหุ้นระยะสั้น ที่จูงใจด้วยการรับผลตอบแทนในระดับที่สูงผ่านช่องทาง Line Official เพจ Facebook บริษัทได้ดำเนินทางกฎหมายเช่นกัน

แต่จากการดำเนินการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพไปตั้งสำนักงานในต่างประเทศ พร้อมมีระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้าหลอกลวงคนไทย ซึ่งบริษัทมีความกังวลและเป็นห่วงประชาชนที่จะตกเป็นเหยื่อกับกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนสามารถสังเกตได้สำหรับกรณีของ AMATA จะใช้กลไกของตลาดหลักทรัพย์โดยตรงในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของบริษัท ทั้งด้านการลงทุน ประกาศที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุน จะไม่มีการติดต่อโดยตรงไปยังประชาชนด้วยวิธีระดมเงินแบบสะสมทีละ 800 -1000 บาทที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นวิธีการหลอกลวง

นอกจากนี้บริษัท ยังได้ตั้งรางวัลสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแส หากใครพบเห็น ผู้ที่กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งและติดต่อได้ที่ เบอร์โทร 02-7290007

"ความคืบหน้าในการจับกุมของผู้กระทำผิดในครั้งแรก ที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เป็นจำนวนมากได้แล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ที่ผ่านมาสร้างผลกระทบให้กับประชาชน โดนหลอกลวงหลายสิบราย บางรายสูญเสียเงินถึงหลักแสน ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนเงินที่มาก สำหรับประชาชนทั่วไปที่สะสมเงิน เพื่อดูแลตัวเองในอนาคต ซึ่งทางบริษัทมีความรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ก็มีผู้ที่ได้รับความเสียหาย และได้มีการสอบถามข้อเท็จจริงมายังบริษัทอย่างต่อเนื่อง" นายวิบูลย์ กล่าว

นอกจากนั้น AMATA ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเชิญชวนลงทุนผ่านระบบออนไลน์ต่างๆ และไม่มีการให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด ขอประชาชนโปรดอย่างหลงเชื่อ หากได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวงขอให้เร่งดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพ พร้อมเตรียมหลักฐานการสนทนาและการโอนเงินมาประกอบการแจ้งความเพื่อความรวดเร็วในการทำงานของเจ้าหน้าที่


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ