EA เล็งจับมือพาร์ทเนอร์ขยายลงทุนชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่อยอด EV พร้อมดันรายได้ปีนี้โตทะลุ 50%

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday June 7, 2023 16:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวสุ กลมเกลี้ยง ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์และวางแผนการลงทุน บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 66 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 50% โดยจะมีสัดส่วนมาจากธุรกิจแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ราว 53% ธุรกิจไบโอดีเซล ราว 17%, ธุรกิจพลังงาน 27% และธุรกิจ อื่นๆ ราว 3% ขณะที่วางงบลงทุนไว้ราว 11,000 ล้านบาท หลักๆ จะใช้ในโรงงานแบตเตอรี่

สำหรับธุรกิจแบตเตอรี่ และ EV ขณะนี้บริษัทเริ่มมองหาพาร์ทเนอร์ในการเข้าไปลงทุนในชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ EV เช่น Drive motor, Transmission gear train, Compressor จากปัจจุบันมีพาร์ทเนอร์ในส่วนของ Battery management system, Ride Control System แล้ว ซึ่งมองว่าจะก่อให้เกิดมาร์เก็ตแชร์มหาศาลในอนาคต เนื่องจากผู้ประกอบการที่นำเข้ายานยนต์ EV จำเป็นที่จะต้องผลิตและคัดแยกสินค้าในไทย

กลุ่ม EA พยายามจะทำแพลตฟอร์มโซลูชั่นที่รองรับ EV ให้กับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ทั้งระบบชาร์จที่ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 487 แห่ง และยังขยายโมเดลที่เป็น EV Smart Building หรือมีที่ชาร์จในทุกช่องการจอดรถ ส่วนธุรกิจแบตเตอรี่อมิตาเทคโนโลยีที่มีกำลังการผลิตใหญ่สุดในอาเซียน เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตจาก 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) เป็น 4 Gwh ภายในไตรมาส 1/67 เนื่องจากคาดว่าปี 69 จะมีความต้องการแบตเตอรี่ที่ 4.5 Gwh แต่ความต้องการของลูกค้าอาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นจะขยายทั้ง Lithium-Ion NMC และ LFP comparison

ด้านโรงงานผลิตรถ EV ปัจจุบันมี Capacity 9,000 ยูนิตต่อปี ณ วันนี้มีอัตราการใช้ Capacity เต็ม 3,000 ยูนิตต่อปีแล้ว โดยโปรดักซ์ปีนี้ก็จะหลากหลายมากขึ้นกว่าปีก่อน ประกอบไปด้วย MINE Smart Ferry, MINE Bus, MINE MT30, MINT Truck และ MINE Train

พร้อมกันนี้ในปีนี้บริษัทมีแผนส่งมอบรถ Ev-bus กว่า 3,000 คัน จากปัจจุบันส่งมอบไปแล้วกว่า 1,000 คันแล้ว ส่วน E-TRUCK/TRACTOR ส่งมอบรถไปแล้วกว่า 100 คัน ซึ่งบริษัทฯ มีลูกค้าในกลุ่มโลจิสติกส์มากมายที่เข้ามาติดต่อขอนำรถดังกล่วไปทดลองใช้ ขณะที่ Ev-Train อยู่ในช่วงของการทดลองร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย คาดว่าภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า น่าจะได้ใช้บริการ

"ปัจจุบัน Ev-Truck ในประเทศไทย มีรถมากกว่า 1.2 ล้านคัน และยังมีโอกาสเติบโตอย่างมาก บริษัทฯ ก็มองว่า สามารถ provide solution ให้กับลูกค้าต่างๆ เหล่านี้ได้ ส่วน Ev-Bus เป็นส่วนผลักดันให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก จากการนำคาร์บอนฯ ไปเทรดได้ในอนาคต" นายวสุ กล่าว

ส่วนการพัฒนา Bio-Jet Fuel คาดว่าในอนาคตจะมีการเติบโตที่สูงขึ้น โดยมองความต้องการใช้ Bio-Jet Fuel ทั่วโลกจะโตอย่างน้อยปีละ 6% หรือแตะ 60 ล้านบาร์เรลในปี 67 ซึ่งโปรดักซ์กรีนดีเซลของบริษัทก็จะต่อยอดไปเป็น Bio-Jet ได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ