JMART ควง JMT ย้ำความมั่นใจศักยภาพธุรกิจปี 67 กลับมา All Time High หลังผ่านจุดต่ำสุดในปี 66

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday March 20, 2024 13:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

JMART ควง JMT ย้ำความมั่นใจศักยภาพธุรกิจปี 67 กลับมา All Time High หลังผ่านจุดต่ำสุดในปี 66

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) ยืนยันภาพรวมบริษัทยังแข็งแกร่ง โดยทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กร JMART และ บมจ. เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ที่ระดับเดิมที่ "BBB+" และ คงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ชุดปัจจุบันของ JMART และ JMT ที่ระดับ "BBB"

แม้ทริสฯ ปรับเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น "Negative" หรือ "ลบ" จาก "Stable" หรือ "คงที่" เนื่องจากมองว่าสถานะทางการเงินของ JMART ที่อ่อนแอลง อันเนื่องมาจากผลการดำเนินงานที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ และ การลงทุนเชิงรุก ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอันดับเครดิตอาจถูกปรับกลับมาเป็น "Stable" หรือ "คงที่" ในกรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานทางการเงินที่ดีขึ้นในขณะเดียวกันยังคงรักษาการก่อหนี้ให้อยู่ในระดับเดียวกับปัจจุบันเอาไว้ได้

นายอดิศักดิ์ กล่าวถึงความมั่นใจว่า JMART จะกลับมาทำ All Time High ในปี 67 และแข็งแกร่งขึ้นจากบริษัทย่อยเป็น Key Drivers ที่สำคัญ คือ JMT (JMART ถือหุ้น 53.9%) มีผลประกอบการที่เติบโตมาโดยตลอด รวมทั้งเก็บเกี่ยวผลกำไรในบริษัทที่เข้าไปลงทุน ได้แก่ บริษัท สุกี้ตี๋น้อย เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้ง BRR PRTR BKD จึงประมาณการผลตอบแทนที่เราไปลงทุนคาดว่าจะได้รับเงินปันผลกลับมาที่ JMART อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยสร้างกระแสเงินสดกลับมาให้ จากปี 66 JMART มีเงินสดในมือราว 800 ล้านบาท รวมกับเงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับอีกเกือบ 1 พันล้านบาท

"การบริหารเงินลงทุนที่ผ่านมาได้สร้างโอกาสทางธุรกิจและผลตอบแทนได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งยังไม่นับรวมยอดขายหรือโอกาสทางธุรกิจที่มาจากการ Synergy ร่วมกันภายในกลุ่ม และนี่คือ Value ที่ซ่อนอยู่ของเจมาร์ท ในด้านความแข็งแกร่งของโครงสร้างทุนมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (IBD/E) เพียง 0.76 เท่า"

อย่างไรก็ดี ในปี 66 แม้ว่า JMART ได้รับผลกระทบจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัท SINGER และ SGC ซึ่งสามารถพิสูจน์ผลงานในงบไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาพลิกกลับมาทำกำไรได้ตามที่วางไว้ หลังจากกลุ่ม SINGER และ SGC ไม่มีตั้งสำรองอย่างมีนัยสำคัญ และกำลังสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อเทิร์นอะราวด์ มองเป็นวิกฤติที่กลุ่มบริษัทได้ปิดความเสี่ยงในส่วนนั้นไว้แล้ว และจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วงต่อจากนี้ ยืนยันปี 66 ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้ของ JMT เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำ AMC บริหารหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน และจะยังเติบโตต่อเนื่องจากพอร์ตหนี้ที่บริษัทซื้อมาบริหาร และการจัดเก็บที่มีประสิทธิภาพ แม้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และความสามารถในการจ่ายชำระของลูกหนี้

อย่างไรก็ดี JMT ดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปี และมั่นใจว่าในทุกวิกฤติจะเป็นโอกาสเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เป็นโอกาสให้ JMT ซื้อหนี้เข้ามาบริหารต่อเนื่อง พร้อมเผยแนวโน้มไตรมาส 1/67 ยอดจัดเก็บยังทำได้ตามแผนคาดดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงมั่นใจ JMT ในปี 2567 จะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 66 บริษัทมีพอร์ตบริหารหนี้รวมอยู่ที่ประมาณ 510,000 ล้านบาท (รวม JK AMC) มีฐานะการเงินแข็งแกร่งได้วางแผนกระแสเงินสดในการชำระคืนหุ้นครบกำหนดไถ่ถอนไว้เรียบร้อยแล้ว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ