UEC ปรับลดคาดรายได้เป็นต่ำกว่าปีก่อน หวังงานเพิ่มใน Q4 ดันผลงานปี 53

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 11, 2009 10:35 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง(UEC)คาดว่าในปี 52 บริษัทจะมีกำไรและรายได้ต่ำกว่าปีก่อน จากเดิมที่เคยคาดว่ารายได้จะใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากงานใหม่เข้ามาน้อยมากเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมาก อย่างไรก็ตาม คาดหวังจะได้งานใหม่เพิ่มเข้ามาในช่วงที่เหลือของปี จากที่มีงานในมืออยู่ประมาณ 500-600 ล้านาบาท หลังธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัว แต่อาจต้องเจออุปสรรคปัญหาการสร้างโรงงานในพื้นที่ควบคุมมลพิษมาบตาพุด และภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวมากนัก

นายไทยลักษณ์ ลี้ถาวร ประธานเจ้าหน้าบริหาร คาดว่า งวดครึ่งปีหลังรายได้และกำไรจะต่ำกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้ประมาณ 800 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 120 ล้านบาท เพราะช่วงที่ผ่านมามีออเดอร์เข้ามาน้อย งานทุกอย่างเงียบไปหมด จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แม้ว่าธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจปิโตรเคมีจะเริ่มฟื้นตัว แต่คงต้องรอให้ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นสักระยะหนึ่งก่อน ธุรกิจเหล่านี้จึงจะเริ่มโครงการใหม่ หรือ นำโครงการเดิมกลับมาทำใหม่

ประกอบกับ พื้นที่มาบตาพุด จ.ระยองที่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับกฎเกณฎ์ของการเป็นพื้นที่ควบคุมมลพิษ ทำให้บริษัทต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจปิโตรเคมี ยังไม่สามารถเดินหน้าโครงการได้ ทุกอย่างจึงล่าช้าออกไป

“Target เราพยายามทำให้รายได้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่ ณ วันนี้คงจะยาก แต่เราก็หวังว่าจากช่วงนี้ไป เราก็ยังวิ่งงานเต็มที่อยู่ (รายได้)ก็คงต่ำกว่าปีที่แล้ว แต่จะต่ำกว่าเท่าไหร่เท่านั้นเอง เพราะเราก็หวังว่าจะได้งานเพิ่มตลอดเวลา"นายไทยลักษณ์ กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"

อนึ่ง ในปี 51 บริษัทมีรายได้ 1.8 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 273.45 ล้านบาท

"ครึ่งปีหลังคิดว่าจะมีกำไร คงไม่ถึงขาดทุน แต่เงินปันผลจะจ่ายหรือไม่ขึ้นกับคณะกรรมการบริษัท และปัจจัยอื่น" นายไทยลักษณ์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าบริหาร UEC มองว่า แนวโน้มปีหน้าน่าจะมีแนวโน้ม positive และ พื้นที่มาบตาพุดน่าจะไฟเขียวให้เดินหน้าได้ บริษัทก็หวังน่าจะมีออเดอร์เข้ามามาก และหวังว่าจะมีผลประกอบการดีกว่าปีนี้ แต่ก็ยังกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก ถ้าหากดีขึ้น ความต้องการสินค้าต่างๆ ดีขึ้น สุดท้ายอุตสาหกรรมก็ต้องขยายตัว แต่ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี การใช้จ่ายลดลง ความต้องการก็ไม่มีเพิ่มการขยายอุตสาหกรรมขยายตัวก็เป็นไปได้น้อย จึงยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก

*ลุ้น Q4 ได้งานใหม่จากศศก.ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อปีหน้า

นายไทยลักษณ์ ยอมรับว่า งานใหม่ในปีนี้ถ้าเทียบกับปีที่แล้วน้อยมาก ซึ่งมีงานที่เหลือจากปีก่อนมารับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 1 พันล้านบาท และรับรู้รายได้ไปแล้วประมาณ 900 กว่า ล้านบาท แต่บริษัทก็มีออเดอร์ใหม่เข้ามาตลอดเวลา แต่ไม่มากอย่างที่เราหวังว่าจะได้ โดยบริษัทยังมีงานอยู่อีก 500-600 ล้านบาท

"เราก็ยังหวังว่าจะได้ออเดอร์เพิ่มเข้ามาอยู่ตลอดเวลา...ตอนนี้เรามีงานที่กำลังคุยกันอยู่เยอะ แต่ขึ้นอยู่กับลูกค้าก็จะเริ่มได้หรือไม่ งานตอนนี้เริ่มดูแล้วมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อย่างโรงงานอุตสาหกรรม โรงกลั่น ก็เริ่มปัดฝุ่นโครงการเก่าที่ค้างอยู่ และมีโครงการใหม่ๆ เริ่มมีความหวัง ในไตรมาส 4 จะมีงานใหม่ เข้ามา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทไม่สามารถเร่งให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วได้ แม้ว่าหากลูกค้าตัดสินใจเร็วก็จะส่งผลดีกับบริษัทก็เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสถานการณืโดยรวมจะดีขึ้นอย่างไร ก็คงไม่สามารถช่วยให้ผลประกอบการปีนี้ดีกว่าปีก่อน เพราะกว่าจะเริ่มงานใหม่ได้ต้องใช้เวลาเตรียมงานและวัตถุดิบพอสมควร

อนึ่ง ธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ธุรกิจปิโตรเคมี , ธุรกิจโรงกลั่น และธุรกิจไฟฟ้า โดยเฉพาะลูกค้าในกลุ่ม ปตท.(PTT) เป็นลูกค้าหลักของบริษัท

ขณะเดียวกัน โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ตามมาตรฐานยูโร 4 นั้น บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำโครงการ อย่างเช่น บมจ.เอสโซ่ (ESSO) ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวและบริษัทก็ได้งานมามาก ซึ่งเป็นส่วนงานที่ถนัด คือ ภาชนะความดันสูง (Pressure Vessel) ขณะที่ บมจ.ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR)ก็เห็นว่าจะชะลอลงทุนโครงการยูโร 4 ออกไปจนถึงต้นปีหน้า

อย่างไรก็ดี นายไทยลักษณ์ ก็มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถประคองตัวไปได้ในปีนี้ แม้ออเดอร์หรืองานใหม่จะเข้ามาน้อย แต่ในแง่ฐานะการเงินบริษัทยังแข็งแกร่ง เพราะไม่มีหนี้สิน และยังมีกำไรสะสมอยู่มากประมาณ 800 ล้านบาท เพียงแต่ช่วงนี้จะยังไม่มีการแผนการลงทุนใหม่ๆ

"ยังไงเราก็ survive ได้อยู่แล้ว โดยการเงินเราก็แข็งแกร่งอยู่ คงไม่มีปัญหา แต่ขึ้นกับงานที่เจะเข้ามามากน้อยแค่ไหน ปีนี้เราต้อง Low profile แต่ไม่ใช่ปีที่ผลประกอบการต่ำที่สุด เพราเราผ่านวิกฤตมา 3-4 ครั้ง เราตั้งมา 28-29 ปี เราผ่านมาเยอะแล้ว วันนี้เราค่อนข้างจะแข็งแกร่ง เราเชื่อว่าจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้แน่นอน ทั้งความเชี่ยวชาญในงาน และในด้านการเงิน คือเราระวังเนื้อระวังตัวมาตลอด ตั้งแต่เราตั้งบริษัทเราค่อนข้างจะ conservative มากๆอยู่แล้ว" นายไทยลักษณ์ กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ