(เพิ่มเติม) บลจ.กสิกรไทย คาดปี 53 AUM เติบโต 20% จากที่มี 4.8 แสนลบ.ณ สิ้น ต.ค.52

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday December 8, 2009 13:52 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บลจ.กสิกรไทย คาดว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ(AUM)ในปี 53 จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% จากปีนี้ โดย ณ สิ้น ต.ค.52 มี AUM อยู่ที่ 4.8 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนจะเสนอผลิตภัณฑ์กองทุนรวมครอบคลุมทั้งกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ กลุ่มกองทุนหุ้น และกองทุนต่างประเทศ ส่วนในธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล จะเน้นการให้ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มมากที่สุด

สำหรับธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะมุ่งเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนและวางแผนการเงินกับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในแต่ละบริษัท พร้อมทั้งนำเสนอบริการ Employee’s Choice เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ บริษัทมีผลการดำเนินงานในปี 52 เติบโตถึง 36% มี AUM ทั้งสิ้น 479,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 51 ถึง 129,227 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุนที่มีการเติบโตเพียง 15%

นายรพี สุจริตกุล ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะออกกองทุนตราสารหนี้เกาหลี และ กองทุน LFT-RMF อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับความสนใจจากลูกค้า แม้ว่าจะมีการเปิดกองทุนหุ้นจำนวนมาก แต่ไม่ต่อยได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากสนใจที่จะลงทุนเองมากกว่า

ส่วนลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ บริษัทยังคงจะเน้นการแข่งขันด้านราคาและการบริการที่ดีควบคู่กันไป เนื่องจากธุรกิจบริหารจัดการกองทุนยังมีการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งบลจ.กสิกรไทยก็พร้อมจะสู้เพื่อรักษาลูกค้ากลุ่มสถาบันและองค์กรที่ใช้บริการของบริษัท ส่วนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ยังคงเปิดโอกาสที่จะศึกษาการออกกองทุน แต่คงจะต้องรอให้กฎเกณฑ์หลายอย่างชัดเจนกว่านี้

สำหรับผลการดำเนินงานของธุรกิจกองทุนรวม เติบโตถึง 40% หรือคิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งสิ้น 362,301 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเสนอขายกองทุนใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงการพัฒนาให้มีผลิตภัณฑ์กองทุนรวมครบทุกนโยบายการลงทุน

และที่สำคัญคือการปรับปรุงการให้บริการให้เกิดความสะดวกสบายกับผู้ลงทุนมากที่สุด เช่น การเปิดให้ซื้อกองทุน LTF/RMF ด้วยบัตรเครดิต การเปิดบริการสับเปลี่ยนกองทุนภายใต้การจัดการได้โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม รวมไปถึงการปรับช่วงเวลารับคำสั่งซื้อและขายคืนกองทุน K-TREASURY และ K-MONEY ที่รวดเร็วทันใจยิ่งขึ้น

ในส่วนผลการดำเนินงานของธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล นายรพี กล่าวว่า ยังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้ลงทุนบุคคลและสถาบันขนาดใหญ่ให้บริหารสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 47,938 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 20% จากปี 51 และในส่วนของธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็โตถึง 31 % ทำให้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งสิ้น 69,533 ล้านบาท โดยมีองค์กรชั้นนำกว่า 130 แห่งที่แต่งตั้งบริษัทให้บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทยังคงนำกลยุทธ์ Customer Centric มาใช้ในการบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยจะศึกษาความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกยิ่งขึ้นเพื่อนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้เป็นที่พึงพอใจสูงสุด ทั้งในธุรกิจกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ที่ผ่านมาบริษัทมีจุดด้อยในการเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้า รวมถึงผู้ขายหน่วยลงทุนของบริษัทที่ได้รับข้อมูลไม่ชัดเจน ดังนั้น จึงจะมีการจัดระบบตั้งแต่ผู้จัดการกองทุน นโยบายลงทุน การสื่อสาร เพื่อให้เข้าใจง่ายมากขึ้น อาทิ มีการพัฒนาเว็บไซต์แนะนำกองทุน บริการ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจให้กับลูกค้า

อย่างกองทุนส่วนบุคคลก็จะเพิ่มบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า จัดสัมมนาและ เพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนในต่างประเทศ ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็จะเสนอทางเลือกลงทุนที่หลากหลายให้กับลูกค้า และมีการทำการตลาดทั้งปี ไม่ใช่เน้นการแข่งขันช่วงปลายปีเท่านั้น ขณะที่กองทุนหุ้นจะเน้นกองทุน Passive Index Fund แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีเจ้าตลาดอยู่แล้ว

น.ส.โศภนา เจนบวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ในปี 53 คาดว่าดัชนี SET จะอยู่ในระดับ 750-820 จุด โดยเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนควรจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ และหุ้นที่จ่ายปันผลดี แต่ผลตอบแทนการลงทุนในปีหน้าอาจจะลดดลงเหลือ 15-20% จากระดับ 50-60% ในปีนี้ ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเศรษฐกิจผันผวน และอาจมีแรงเทขายทำกำไรระยะสั้น ซึ่งประเทศไทยเองก็ยังมีปัจจัยความเสี่ยงเรื่องการเมือง มาบตาพุด และ การประมูลโครงข่าย 3G ที่ยังไม่ชัดเจน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ