ข่าวอินโฟเควสท์
23:05 แบงก์ชาติจีนเผยสภาพคล่องในตลาดยังคงมีความเพียงพอ และมีเสถียรภาพ   ธนาคารกลางจีนแถลงในวันนี้ว่า สภาพคล่องในตลาดอินเตอร์แบงก์ของจีนยังคงมีความเพี…
22:35 มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย บาดเจ็บกว่า 300 ราย หลังเหตุแผ่นดินไหวที่โอซากาวันนี้   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 ราย และบา…
22:17 บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวขึ้น นักลงทุนจับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการทำสงค…
21:52 ราคาทองปรับตัวขึ้น หลังดิ่งแตะนิวโลว์ 5 เดือนครึ่งเมื่อวันศุกร์ จับตาสงครามการค้า   ราคาทองปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ…
21:34 สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 2 จุดในเดือนมิ.ย.   สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้…

CPF คาดยอดขายปี 53 โตตามเป้าที่ 1.8 แสนลบ. รับผลดีจากธุรกิจตปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2553 10:35:56 น.

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)  กล่าวว่าจากการที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น อิรัก อิหร่าน และประเทศดูไบ กำลังประสบภาวะขาดแคลนอาหารและเนื้อสัตว์ ระดับราคาเนื้อสัตว์ค่อนข้างสูง ส่งผลดีต่อกิจการของซีพีเอฟในประเทศตุรกีซึ่งอยู่ใกล้เคียง

โดยสามารถทำการส่งออกเนื้อไก่และไข่ไก่ไปยังประเทศดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าราคาเนื้อสัตว์จะดีต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันยังส่งผลิตภัณฑ์เนื้อไก่เข้าไปจำหน่ายยังรัสเซีย ภายหลังจากที่รัสเซียชะลอการสั่งซื้อเนื้อไก่จากสหรัฐฯ และหันมาซื้อจากผู้ผลิตในตุรกีแทน

นอกจากนี้ ซีพีตุรกีก็เพิ่งเปิดโรงงานผลิตอาหารแปรรูปขนาดใหญ่ เพื่อทำการผลิตอาหารแปรรูปประเภทไส้กรอก มีทบอล กอร์ดอนบลู และเบอร์เกอร์ไก่ ตามนโยบายการขยายสัดส่วนธุรกิจอาหารให้เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวตุรกีจะเห็นได้จากรางวัล “แบรนด์ยอดเยี่ยม"และ “แบรนด์ยอดนิยม"ที่ผลิตภัณฑ์ซีพีได้รับจากผู้บริโภคในตุรกี ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกว่ากำลังการผลิต ทำให้ต้องขยายการผลิตเพิ่มขึ้นอีก

สำหรับกิจการในประเทศอินเดียก็ให้ผลประกอบการที่โดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยซีพีเอฟได้ลงทุนโรงงานผลิตอาหารกุ้งและปลาถึง 3 แห่ง รวมกำลังการผลิตราว 150,000ตันต่อปี เนื่องจากอินเดียมีการเพาะเลี้ยงกุ้งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอินเดีย มีชายฝั่งทะเลที่ยาวและเหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งมาก จึงทำให้มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องทุกปี ปัจจุบันธุรกิจสัตว์น้ำของ CPF ถือเป็นอันดับ1 ในประเทศอินเดีย ตลอดจนยังมีโอกาสขยายธุรกิจในส่วนสัตว์บกเพิ่มขึ้นอีกด้วย

"ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างมากของบริษัทในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศตุรกี-อินเดีย ประกอบกับการขยายการขายสินค้าหมวดอาหารพร้อมรับประทานภายใต้ตราสินค้าซีพีไปยังตลาดต่างๆทั่วโลก และประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงินของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท"นายอดิเรก กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าสิ้นปีนี้  ยอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1.8 แสนล้านบาท จากประมาณ 1.6 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง