ข่าวอินโฟเควสท์
20:32 โฆษกนายกฯอังกฤษชี้ภาคธุรกิจต่างให้การสนับสนุนร่างข้อตกลง Brexit   โฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ภาคธุรกิจของอังกฤษต่างก็ให้…
20:16 อิรักเผยสามารถเริ่มต้นส่งออกน้ำมันจากแหล่งใกล้เมืองเคอร์คุกแล้ว   กระทรวงน้ำมันของอิรักเปิดเผยว่า อิรักได้เริ่มต้นส่งออกน้ำมันที่ผลิตจากบ่อน้ำม…
19:47 แหล่งข่าวเผย"แอปเปิล"ทำข้อตกลงกับ A24 ผลิตภาพยนตร์ให้กับบริษัท   แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์ได้ทำข้อตกลงกับบริษัท A24 ซึ่งเป็นบริษัทใน…
19:24 "แลร์รี่ ซัมเมอร์ส"คาดสหรัฐมีโอกาส 50% เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 2 ปี   นายแลร์รี่ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐ คาดการณ์ว่า สหรัฐมีโอกาส 5…
19:02 ประธาน ECB ชี้เงินเฟ้อยูโรโซนอาจไม่ดีดตัวขึ้นตามคาด เหตุบริษัทเผชิญปัจจัยไม่แน่นอน   นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณในวัน…

CPF คาดยอดขายปี 53 โตตามเป้าที่ 1.8 แสนลบ. รับผลดีจากธุรกิจตปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2553 10:35:56 น.

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)  กล่าวว่าจากการที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น อิรัก อิหร่าน และประเทศดูไบ กำลังประสบภาวะขาดแคลนอาหารและเนื้อสัตว์ ระดับราคาเนื้อสัตว์ค่อนข้างสูง ส่งผลดีต่อกิจการของซีพีเอฟในประเทศตุรกีซึ่งอยู่ใกล้เคียง

โดยสามารถทำการส่งออกเนื้อไก่และไข่ไก่ไปยังประเทศดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าราคาเนื้อสัตว์จะดีต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันยังส่งผลิตภัณฑ์เนื้อไก่เข้าไปจำหน่ายยังรัสเซีย ภายหลังจากที่รัสเซียชะลอการสั่งซื้อเนื้อไก่จากสหรัฐฯ และหันมาซื้อจากผู้ผลิตในตุรกีแทน

นอกจากนี้ ซีพีตุรกีก็เพิ่งเปิดโรงงานผลิตอาหารแปรรูปขนาดใหญ่ เพื่อทำการผลิตอาหารแปรรูปประเภทไส้กรอก มีทบอล กอร์ดอนบลู และเบอร์เกอร์ไก่ ตามนโยบายการขยายสัดส่วนธุรกิจอาหารให้เพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวตุรกีจะเห็นได้จากรางวัล “แบรนด์ยอดเยี่ยม"และ “แบรนด์ยอดนิยม"ที่ผลิตภัณฑ์ซีพีได้รับจากผู้บริโภคในตุรกี ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อเข้ามาเกินกว่ากำลังการผลิต ทำให้ต้องขยายการผลิตเพิ่มขึ้นอีก

สำหรับกิจการในประเทศอินเดียก็ให้ผลประกอบการที่โดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยซีพีเอฟได้ลงทุนโรงงานผลิตอาหารกุ้งและปลาถึง 3 แห่ง รวมกำลังการผลิตราว 150,000ตันต่อปี เนื่องจากอินเดียมีการเพาะเลี้ยงกุ้งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอินเดีย มีชายฝั่งทะเลที่ยาวและเหมาะสมกับการเลี้ยงกุ้งมาก จึงทำให้มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องทุกปี ปัจจุบันธุรกิจสัตว์น้ำของ CPF ถือเป็นอันดับ1 ในประเทศอินเดีย ตลอดจนยังมีโอกาสขยายธุรกิจในส่วนสัตว์บกเพิ่มขึ้นอีกด้วย

"ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างมากของบริษัทในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศตุรกี-อินเดีย ประกอบกับการขยายการขายสินค้าหมวดอาหารพร้อมรับประทานภายใต้ตราสินค้าซีพีไปยังตลาดต่างๆทั่วโลก และประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนการผลิตและต้นทุนทางการเงินของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท"นายอดิเรก กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าสิ้นปีนี้  ยอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมาย คือ 1.8 แสนล้านบาท จากประมาณ 1.6 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง