TUF พุ่ง 4.28% โบรกฯแนะ"ซื้อ"เล็งผลกำไรระยะยาวจากซื้อกิจการ MWB

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 29, 2010 10:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

หุ้น TUF ราคาพุ่งขึ้น 4.28% มาอยู่ที่ 48.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 94.37 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.01 น. โดยเปิดตลาดที่ 48.25 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 49.00 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 48.00 บาท

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย)แนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์(TUF)โดยมีความเห็นเป็นบวกต่อการเข้าซื้อกิจการ MWB ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและประสิทธิภาพการทำกำไรให้ TUF ในระยะยาว โดยสามารถขยายตลาดไปยังยุโรป มีฐานการผลิตใกล้แหล่งวัตถุดิบ ลดความผันผวนของรายได้จากการมีแบรนด์สินค้าของตัวเอง

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรสุทธิปี 2554 จะเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 14% เป็น 4.3 พันล้านบาท ราคาที่เหมาะสมของ TUF เท่ากับ 52 บาทจากการประเมินด้วย PER ปี 2554 ที่ 12 เท่า

TUF จะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท MW Brands Holdings SAS(MWB)ซึ่งทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลกระป๋องครบวงจรในยุโรปด้วยมูลค่า 680 ล้านยูโร(28,496 ล้านบาท)เทียบเท่า EV/EBITDA เพียง 8.2 เท่า โดย TUF จะมีการกู้ยืมระยะยาวไม่เกิน 29,248 ล้านบาท และเพิ่มทุนโดยออกหุ้น 117 ล้านหุ้น (จากเดิม 883 ล้านหุ้น เป็น 1,000 ล้านหุ้น) ทำให้เกิด Dilution 7-12%

โดยแบ่งเป็น ออกหุ้นเพิ่มทุน 52 ล้านหุ้นเพื่อรองรับการแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพซึ่งจะออกให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง คือ Standard Chartered Private Equity Limited ไม่เกิน 60 ล้านยูโร (2,514 ล้านบาท) โดยหุ้นกู้จะแปลงสภาพได้หลังครบ 1 ปี ราคาแปลงสภาพ 46 บาท/หุ้น หากมีการแปลงสภาพจะทำให้เกิด Dilution 5% และออกหุ้นเพิ่มทุน 65 ล้านหุ้น แบ่งเป็นการจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 30 ล้านหุ้น และ Private Placement ให้นักลงทุนสถาบันประมาณ 35 ล้านหุ้น รวมแล้วจะทำให้เกิด Dilution 7%

การซื้อ MWB จะส่งผลให้ TUF เป็นผู้ผลิตอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของโลกโดยมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 20% โดยมีฐานการผลิตครอบคลุมทั้งไทย สหรัฐฯ และยุโรป รวมทั้งมีแหล่งวัตถุดิบในทุกน่านน้ำ การขยายตลาดไปยุโรปจะช่วยลดความเสี่ยงในการพึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ อีกทั้งการที่สินค้าส่วนใหญ่ของ MWB เป็นสินค้าที่ขายภายใต้แบรนด์จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับ TUF และยังช่วยลดความผันผวนที่เกิดจากการขายสินค้า Commodity อีกทั้งโรงงานซึ่งอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบทำให้ต้นทุนต่ำลง ดังนั้น MWB จึงมีความสามารถในการทำกำไรสูงกว่า TUF ซึ่งมี EBITDA margin ประมาณ 8% เทียบกับ 18% ของ MWB

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ