SET ปิดตลาดที่ระดับ 854.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.81 จุด(+0.09 %)มูลค่าการซื้อขาย 27,623.60 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวกรอบแคบๆ และพักฐานเป็นช่วงๆ หลังนักลงทุนชะลอลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งแบงก์-สื่อสาร ไร้ปัจจัยใหม่สนับสนุน แนะจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐคืนนี้ คาดพรุ่งนี้ตลาดคงแกว่งแคบเหมือนวันนี้ พร้อมให้แนวรับที่ 850 จุด แนวต้าน 860 จุด
ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 854.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.81 จุด(+0.09%)มูลค่าการซื้อขาย 27,623.60 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและลบ โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันอยู่ที่ระดับ 858.27 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 849.11 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 181 หลักทรัพย์ ลดลง 167 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 140 หลักทรัพย์
นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ บล.เคจีไอ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวด้านข้างในกรอบแคบๆ 850-858 จุด เป็นการชะลอลงของราคาหุ้นขนาดใหญ่ อย่างกลุ่มแบงก์ สื่อสาร ที่ก่อนหน้านี้ปรับขึ้นค่อนข้างมาก ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานทรงตัวหรือบวกก็เล็กน้อยในบางตัวเท่านั้น จึงทำให้ตลาดปรับขึ้นได้ไม่มาก แม้จะมีเปลี่ยนกลุ่มลงทุนแต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะขับเคลื่อนดัชนี
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ตลาดคงจะเป็นช่วงพักฐานและขายทำกำไรซักระยะ ซึ่งแสดงว่าไม่ลงแรงและตลาดยังมีทิศทางที่สดใสอยู่ แต่อาจมีการย้ายไปซื้อกลุ่มอื่นที่ยังลงทุนน้อยอยู่ เวียนเล่นและเลือกเป็นรายตัว
สำหรับปัจจัยที่จับตามองในคืนนี้คือตัวเลขเศรษฐกิจ แต่มองว่าไม่น่าจะมีข้อมูลสำคัญออกมาให้ตกใจ ขณะที่ในวันพรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ตลาดอาจจะซึมๆ
"เป็นเรื่องธรรมดาที่ตลาดในช่วงนี้จะมีการพักฐานบ้าง แต่ไม่ไช่ว่าไม่ดี ผมมองว่าเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าตลาดยังมีโอกาสที่ยังปรับขึ้นได้ เพราะถ้าดูการปรับขึ้นของดัชนีในเดือนก.ค.มากถึง 60 จุด Fund Flow ก็ยังไหลเข้าแม้จะมีขายทำกำไรบ้างก็เป็นเรื่องปกติ"นายรักพงศ์ กล่าวส่วนแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้(30 ก.ค.)นักวิเคราะห์ว่าตลาดหุ้นไทยคงจะแกว่งตัวในกรอบจำกัด บวกลบสลับกัน พร้อมให้แนวรับที่ 850 จุด แนวต้าน 860 จุด
ด้านนายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค คือปรับตัวลงก่อนและเริ่มรีบาวด์กลับในช่วงบ่าย นักลงทุนยังกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดูเหมือนกลับมาอ่อนแออีกครั้ง แต่เมื่อดัชนีปรับตัวลงมาก็มีแรงซื้อเข้ามาใหม่ เนื่องจากนักลงทุนยังมองว่าตลาดเอเชียยังน่าสนใจเพราะเศรษฐกิจโดยรวมดูดี ทำให้เงินไหลเข้ามาในเอเชีย
"คิดว่าตลาดก็คงแกว่งค่อนข้างผันผวนลักษณะอย่างนี้ไปอีกหลายวันเหมือนกันเพราะว่าตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯก็น่าจะกดดันอยู่" นายสมชาย กล่าวส่วนปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ เรื่องการเมืองก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็ยังเป็นตัวกดดัน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีคนก็รับรู้กันไปแล้ว และส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการเลือกเล่นหุ้นเป็นรายตัวตามข่าวที่เกิดขึ้น พรุ่งนี้คาดว่าตลาดฯยังคงผันผวน พร้อมให้กรอบการแกว่งที่ 847-860 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 2,135.15 ล้านบาท ปิดที่ 4.28 บาท ลดลง 0.10 บาท
CPF มูลค่าการซื้อขาย 1,651.50 ล้านบาท ปิดที่ 24.20 บาท ลดลง 0.10 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,630.46 ล้านบาท ปิดที่ 90.25 บาท ลดลง 0.25 บาท
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,147.82 ล้านบาท ปิดที่ 149.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,105.55 ล้านบาท ปิดที่ 256.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง