SET ปิดตลาดช่วงบ่ายที่ระดับ 863.18 จุด เพิ่มขึ้น 7.35 จุด(+0.86%)มูลค่าการซื้อขาย 24,452.29 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก Fund Flow ไหลเข้าภูมิภาคและไทยช่วยหนุน แม้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นน้อยกว่าภูมิภาค กลุ่มแบงก์บวกตามต่างประเทศ-กลุ่มพลังงานโดดรับแรงบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น คาดเห็นการทยอยเก็งกำไรผลประกอบของบริษัทจดทะเบียนหลังจากผลประกอบการต่างประเทศออกมาดี พร้อมให้แนวรับไว้ 860 จุด ส่วนแนวต้าน 870 จุด
ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 863.18 จุด เพิ่มขึ้น 7.35 จุด(+0.86 %)มูลค่าการซื้อขาย 24,452.29 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวทั้งในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันอยู่ที่ระดับ 864.59 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 860.47 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 269 หลักทรัพย์ ลดลง 98 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 136 หลักทรัพย์
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ภาพรวมค่อนข้างดี โดยได้รับอิทธิพลจาก Fund Flow ที่ไหลเข้ามาในภูมิภาค ทำให้ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับขึ้นกันหมด แต่ตลาดหุ้นไทยยังค่อนข้าง underperform กว่าตลาดฯอื่นเล็กน้อย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาปรับขึ้นมามากแล้ว ทำให้วันนี้ชะลอตัวลง
และในวันนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจากการเก็งกำไรในเรื่องผลประกอบของบริษัทจดทะเบียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็น sentiment ที่ค่อนข้างดีสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก ณ ตอนนี้ รวมถึงสภาพคล่องในตลาดฯที่ยังเหลืออยู่ค่อนข้างมาก
“วันนี้เราค่อนข้างที่จะ underperform ตลาดฯอื่น บวกน้อยกว่าตลาดอื่นนิดหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะว่าช่วงที่ผ่านมาเราค่อนข้างขึ้นมาค่อนข้างเยอะ ถ้า Year-To-Date แล้วเราถือว่าติดอันดับ 1-2 ของตลาดในเอเชีย น่าจะอันดับ 2 ได้ เราบวกมาเยอะประมาณ เกือบ 17% แล้ว ช่วงนี้ก็น่าจะชะลอตัว"น.ส.ธีรดา กล่าว
ส่วนปัจจัยลบตอนนี้มองว่ายังคงเป็นเรื่องของการเมืองที่ยังคงต้องติดตามในอีกหลายๆประเด็น ทั้งเรื่องการผ่านงบประมาณ เรื่องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไป
วันนี้หุ้นกลุ่มแบงก์ค่อนข้างที่จะขึ้นมาโดดเด่น คาดว่าน่าจะเป็นอิทธิพลของการประกาศผลประกอบการของ HSBC ที่ออกมาดีทำให้หุ้นแบงก์หลายตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างเช่นฮ่องกงบวกไปมากถึง 1.8% ส่วนกลุ่มพลังงานก็ได้รับแรงบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่มองว่าอาจจะไม่ได้มากเท่าไหร่เพราะว่าราคาน้ำมันปรับขึ้นมาไม่มาก
“ที่จริงราคาน้ำมันปรับขึ้นเมื่อวานไม่ได้เยอะมาก แต่คิดว่าตัว sentiment ก็ค่อนข้างที่จะโอเค สำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก คือถ้าคนมองแล้วว่ามีความมั่นใจในการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เรื่องของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็อาจจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ ราคาหุ้นพลังงานก็ถือว่าเกาะกระแสบวก แต่ว่าตัว lead จริงๆ ก็เป็นแบงก์"น.ส.ธีรดา กล่าว
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ น.ส.ธีรดา คาดว่าถ้ากระแส Fund Flow ยังไม่หมดไปตลาดฯน่าจะยังอยู่ใน sentiment เชิงบวกต่อไป แต่ต่อจากนี้ไปคาดว่าตลาดฯจะผันผวนมากขึ้น แนะนักลงทุนเทรดดิ้งบนความระมัดระวังแรงขายระหว่างทาง พร้อมให้กรอบการแกว่งที่ 866-856 จุด
ด้านนายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจและกลยุทธ บล.เคจีไอ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดในวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงบ่าย แม้ตลาดหุ้นไทยจะเป็นตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นการเข้าซื้อในกลุ่มพลังงานเป็นหลักเพราะถือเป็นกลุ่มเดียวที่ผ่านมามีการลงทุนที่น้อย
ขณะที่ตลาดหุ้นดาวโจน์ก็กลับมาเป็นบวก ขณะที่ตลาดยุโรปก็ปรับตัวดีขึ้น หลังจากการรายงานงบในไตรมาส 2/53 ในกลุ่มธนาคารอย่าง HSBC ออกมาดีกว่าคาดจึงคลายความกังวล หนุนตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นตาม
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,938.67 ล้านบาท ปิดที่ 4.58 บาท เพิ่มขึ้น 0.18 บาท
TMB มูลค่าการซื้อขาย 1,500.90 ล้านบาท ปิดที่ 2.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 983.52 ล้านบาท ปิดที่ 90.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
TRUBB มูลค่าการซื้อขาย 982.10 ล้านบาท ปิดที่ 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.85 บาท
DTAC มูลค่าการซื้อขาย 906.64 ล้านบาท ปิดที่ 47.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท