ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดดิ่งลงมากกว่า 2% ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออก หลังจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากกระแสความวิตกกังวลที่ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอาจเป็นไปอย่างล่าช้า
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 204.67 จุด หรือ 2.11% แตะที่ 9,489.34.96 จุด
ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มเครื่องจักรร่วงลงหนักสุด ส่วนหุ้นกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ กลุ่มไฟฟ้าและแก๊ส ดีดตัวขึ้นในวันนี้
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดซบเซาลงหลังจากสกุลเงินดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีที่ 85 เยน ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังใช้มาตรการผ่อนปรนด้านการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการแข็งค่าของเงินเยนส่งผลให้นักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมส่งออก เพราะเงินเยนที่แข็งค่าทำให้ผลกำไรในตลาดต่างประเทศของบริษัทญี่ปุ่นหดตัวลงด้วย
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวยังถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานร่วงลง 1.2% ในเดือนมิ.ย. หลังร่วงลง 1.8% ในเดือนพ.ค ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเดือนมิ.ย.ทรงตัว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%
นอกจากนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมิ.ย.ร่วงลง 2.6% มาอยู่ที่ระดับ 75.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2544 จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 77.7 จุด และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4% เนื่องจากนโยบายการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหมดอายุลง ซึ่งส่งผลให้ดีมานด์การทำสัญญาในกลุ่มผู้ซื้อลดลงไปด้วย
กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (nonfarm payroll) เดือนก.ค.ในวันศุกร์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนก.ค.จะลดลง 65,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนก.ค.จะอยู่ที่ 9.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.ที่ระดับ 9.5%