ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดภาคเช้าร่วงลงในวันนี้ (17 ส.ค.) โดยดัชนีดิ่งลงใกล้กับระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายซบเซาลง นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นและเศรษฐกิจในต่างประเทศ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดภาคเช้าร่วงลง 67.82 จุด หรือ 0.74% แตะที่ 9,128.85 จุด
ราคาหุ้นดิ่งลงเกือบทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงหนักสุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มประมงและป่าไม้ และกลุ่มหลักทรัพย์ ส่วนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าและแก๊ส กลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้านี้
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นโตเกียวยังคงได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดต่างประเทศด้วย โดยในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวช่วงเช้านี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 85 เยน จากวานนี้ที่เคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 85 เยน
นับตั้งแต่เงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของเงินเยนอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่นได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในด้านลบว่า การแข็งค่าของเงินเยนอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ต้องพึ่งพาการส่งออกนั้น หดตัวลงด้วย
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวยังอ่อนตัวลงหลังจากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติของสหรัฐ (NAHB) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้สร้างบ้านที่มีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ร่วงลงสู่ระดับ 13 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว และเป็นสถิติที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
ขณะที่ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ปี 2553 ขยายตัว 0.4% ต่อปี หรือขยายตัว 0.1% ต่อไตรมาส ซึ่งยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า จะขยายตัว 2.3% ต่อปี และ 0.6% ต่อไตรมาส
ฟูมิยูกิ นาคานิชิ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสเอ็มบีซี เฟรนด์ ซิเคียวริตีส์ กล่าวว่า "นักลงทุนจับตาดูว่าดัชนีนิกเกอิจะสามารถประคองตัวเหนือระดับ 9,000 จุดได้หรือไม่ เมื่อสกุลเงินดอลลาร์ดิ่งลงไปเคลื่อนไหวที่ระดับ 84 เยน นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อหุ้นเพราะไม่มั่นใจในทิศทางของเงินเยน รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงตัวเลขการสร้างบ้าน"