หุ้น MINT ราคาวิ่งขึ้น 4.69% มาอยู่ที่ 13.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท มูลค่าซื้อขาย 167.93 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.21 น. โดยเปิดตลาดที่ 13.10 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 13.50 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 13.10 บาท
บทวิเคราะห์ของ บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย)แนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล(MINT)ราคาเหมาะสมของหุ้นประเมินด้วย DCF เท่ากับ 16.50 บาท จากการฟื้นตัวของผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภค และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะส่งผลบวกต่ออัตราการเข้าพักโรงแรมและยอดขายต่อสาขาของธุรกิจอาหาร
ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/53 หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบคลี่คลาย อัตราการเข้าพักโรงแรมฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งมีการเปิดดำเนินการโรงแรม 3 แห่งในปีนี้ ธุรกิจอาหารคาดว่ามียอดขายต่อสาขาเพิ่มสูงขึ้น ส่วนคอนโดฯ St.Regis คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/54 บริษัทมีศักยภาพเติบโตระยะยาวจากการขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งการลงทุนเองและการรับจ้างบริหารโรงแรม/ให้แฟรนไชส์ร้านอาหาร คาด CAGR ของกำไรในระยะเวลา 3 ปีเท่ากับ 20%
พร้อมคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเพิ่มขึ้น 4% เป็น 1,452 ล้านบาท (0.43 บาท/หุ้น) โดยคาดว่าอัตราการเข้าพักโรมแรมจะเพิ่มขึ้นจาก 52% ในปี 52 มาเป็น 55% อีกทั้งมีการเปิดดำเนินงานโรงแรมเพิ่มขึ้น 3 แห่งที่ศรีลังกา มัลดีฟส์ และ แทนซาเนีย รวมทั้งเพิ่มห้องพักที่สมุย 20 ห้อง ทำให้บริษัทมีจำนวนห้องพักรวมเพิ่มขึ้น 220 ห้อง ในขณะที่ธุรกิจอาหารคาดว่ายอดขายต่อสาขาเฉลี่ยจะฟื้นจาก —2.7% ในปี 52 มาเป็น +3% และเปิดสาขาเพิ่มขึ้น 82 แห่ง
นอกจากนั้น MINT ยังรับรู้รายได้เต็มปีจากธุรกิจค้าปลีกและรับจ้างผลิตภายใต้ MINOR ส่วนการรับรู้รายได้จากการขายคอนโด St. Regis 6 ยูนิต รวม 800 ล้านบาทคาดว่าเลื่อนจากไตรมาส 4/53 เป็นไตรมาส 1/54 ขณะที่ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งโดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจะอยู่ที่ 1 เท่าแม้จะมีการลงทุนต่อเนื่อง
ส่วนในปี 54 คาดว่ากำไรเติบโต 47% เป็น 2,131 ล้านบาท (0.64 บาท/หุ้น) จากการเพิ่มขึ้นของอัตราเข้าพักและค่าห้องพักโรงแรม การเปิดโรงแรม St.Regis และการขายคอนโด St.Regis รวมทั้งยอดขายต่อสาขาร้านอาหารเพิ่มขึ้น 5% และเปิดสาขาแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นมาก