ข่าวอินโฟเควสท์
22:31 วุฒิสภาสหรัฐเตรียมเสนองบประมาณชั่วคราว เลี่ยงวิกฤตชัตดาวน์   วุฒิสภาสหรัฐเตรียมเสนองบประมาณชั่วคราวที่จะช่วยให้หน่วยงานของรัฐบาลมีงบประมาณในการ…
22:13 ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด ขานรับคาดการณ์เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า   ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธ…
21:50 ราคาหุ้น GE พุ่ง 6% นักวิเคราะห์เชียร์ซื้อ ขณะเพิ่มอันดับความน่าลงทุน   ราคาหุ้นของบริษัทเจเนอรัล อิเลคทริค (GE) พุ่งขึ้นในวันนี้ หลังจากที่นัก…
21:25 สหรัฐเผยจำนวนผู้ขอสินเชื่อจำนองลดลงสัปดาห์ที่แล้ว แม้ดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวลง   สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ย…

AH เซ็น MOU กับวินฟาสท์ฯตั้งรง.ผลิตตัวถังรถยนต์ในเวียดนาม มูลค่าราว 1.8 พันลบ. คาดเริ่มผลิต Q3/62

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 09:05:40 น.

บมจ.อาปิโก ไฮเทค (AH) แจ้งว่าบริษัทได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท วินฟาสท์ เทรดดิ้ง แอนด์ โปรดักชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทวินกรุ๊ป ประเทศเวียดนาม ในการจัดตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ที่ VINFAST Supplier Park เมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตตัวถังรถยนต์ (Body in White) สำหรับรถยนต์ 2 รุ่นแรกของวินฟาสท์ ได้แก่ รถยนต์นั่ง แบบ 4 ประตู (ซีดาน) และรถยนต์เอนกประสงค์ (เอสยูวี) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงไตรมาส 3/62

การลงทุนร่วมกันในครั้งนี้คาดว่าจะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.8 พันล้านบาท (หรือประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดย AH และวินฟาสท์จะถือครองหุ้นในสัดส่วน 51% และ 49% ตามลำดับ โดยโรงงานจะสร้างบนพื้นที่ขนาด 9.1 เฮกตาร์ (ซึ่งเทียบเท่ากับ 91,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 57 ไร่) ที่ VINFAST Supplier Park ในเมืองไฮฟอง

นายเหวียน เวียด กวาง รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทวินกรุ๊ป กล่าวว่า การร่วมลงทุนกับ AH ครั้งนี้นับเป็นโครงการแรกของการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ในประเทศเวียดนาม และด้วยความร่วมมือครั้งนี้เชื่อว่าจะมีบริษัทในประเทศ และบริษัทต่างชาติเข้าร่วมลงทุนเพิ่มขึ้น ในธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบธุรกิจที่ครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ วินฟาสท์จะเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงงานด้วยเงินทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ และจัดเตรียมความพร้อมให้โรงงานมีศักยภาพความสามารถเพื่อรองรับการผลิต ในขณะที่ AH จะรับผิดชอบในด้านการบริหารจัดการโดยรวม ซึ่งรวมถึงด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ การออกแบบผังโรงงาน และการจัดหาอุปกรณ์ในการผลิตที่เหมาะสม นอกจากนี้ AH จะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์จับยึดและแม่พิมพ์ทั้งหมดสำหรับรถยนต์ของวินฟาสท์ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ 2.5 พันล้านบาท (หรือ 85 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยวินฟาสท์เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์จับยึดและแม่พิมพ์ให้กับบริษัทร่วมทุนเพื่อใช้ในการผลิตชิ้นส่วนตัวถัง สำหรับรถยนต์ของวินฟาสท์

นาย เย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ AH กล่าวว่า การร่วมทุนในครั้งนี้นับว่าเป็นโครงการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม AH ในด้านของขนาดการลงทุน และมีมูลค่าการลงทุนเป็นอันดับ 2 ของการลงทุนในต่างประเทศของกลุ่มบริษัท หลังจากการเข้าลงทุนมูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเข้าถือุ้น 25.1% ในกล่มุ บริษัท Sakthi ประเทศอินเดีย ซึ่งมีธุรกิจอยู่ทั่วโลกเมื่อเดือน มิ.ย.60  ปัจจุบัน AH มีฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั่วโลก รวมทั้ง อินเดีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก จีน และเวียดนาม

"อาปิโก รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากวินฟาสท์ในการร่วมลงทุนในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศเวียดนามเมื่อรถยนต์ 2 รุ่นแรกที่ผลิตขึ้นเองในประเทศจะทำการเปิดตัวในปี 62 ในขณะเดียวกันการลงทุนในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของอาปิโก ในการเข้าทำธุรกิจในประเทศเวียดนาม และเรามั่นใจว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตของทั้ง 2 บริษัท"นาย เย็บ ซู ชวน กล่าว

สำหรับบริษัท วินฟาสท์ เทรดดิ้ง แอนด์ โปรดักชั่น จำกัด เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัท วินกรุ๊ป ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศเวียดนาม โดยมีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 327 ล้านล้านดองเวียดนาม (หรือประมาณ 14 พันล้านเหรียญสหรัฐ) และในปี 60 กลุ่มบริษัทวินกรุ๊ปมีรายได้สูงถึงกว่า 90.3 ล้านล้านดองเวียดนาม (หรือประมาณ 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ)

ทั้งนี้ วินฟาสท์ ได้เปิดตัวโครงการผลิตยานยนต์ของบริษัทเมื่อวันที่ 2 ก.ย.60 ที่เมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตและสร้างสรรค์ยานยนต์สัญชาติเวียดนามที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับโลก ซึ่งโรงงานผลิตที่ VINFAST Supplier Park จะเป็นฐานที่สำคัญในการเพิ่มการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ และช่วยสร้างระบบธุรกิจของการผลิตรถยนต์ในประเทศให้ยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง