(เพิ่มเติม) CSS จะใช้เงินราว 701 ลบ. เข้าลงทุน 25% โซลาร์ฟาร์ม 2 โครงการในเวียดนาม ขนาด 99.216 MW ของ EPCO

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday November 9, 2018 15:19 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) อนุมัติให้เข้าทำบันทึกตกลงร่วมกันในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังผลิตรวม 99.216 เมกะวัตต์ (MW) ของบริษัท Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน

ทั้งนี้ CSS จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25% กับผู้ร่วมทุนคือบริษัท โซล่า พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) ซึ่งจะถือหุ้น 65% และ Nam Viet Hung Investment Corporation (NVH) ในสัดส่วน 5% และกรรมการ 1 คนของ NVH ถือหุ้นในสัดส่วน 5%

ขณะที่ SPM ถือหุ้นโดย บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ในสัดส่วน 100% โดย EP เป็นบริษัทย่อยของ EPCO ซึ่งถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 75%

บริษัทประมาณการมูลค่ารวมการเข้าลงทุนในโครงการ PKS จำนวนประมาณ 701 ล้านบาท ซึ่งมูลค่ารวมการเข้าลงทุนในโครงการ คิดรวมการเข้าซื้อหุ้นสามัญปัจจุบันและหุ้นเพิ่มทุนที่คาดว่าจะต้องใช้ PKS ของบริษัท โดยเงินลงทุนจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนและเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทคาดการณ์จะมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) 16.31% และระยะเวลาคืนทุน 7.4 ปี

โครงการโรงฟฟ้าทั้ง 2 โครงการ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับ Electricity of Vietnam (EVN) เป็นเวลา 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed in Tariff หรือ FIT) ที่ 0.0935 เหรียญสหรัฐ/หน่วย หรือประมาณ 3.08 บาท/หน่วย โดยจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในวันที่ 30 มิ.ย.62

นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CSS กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง EPCO และ CSS ในครั้งนี้มีการเจรจาและศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งถือเป็นโครงการแรกที่ CSS ร่วมทำกับ EPCO โดยบริษัทมองว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจ และถือเป็นดีลที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน ที่สำคัญสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอย่างแข็งแกร่ง

"ตอกย้ำให้เห็นว่า CSS ไม่ได้มีเพียงธุรกิจการเป็นตัวแทนจำหน่ายและธุรกิจให้บริการออกแบบติดตั้งเท่านั้นที่สร้างรายได้ แต่ยังมีธุรกิจพลังงานทดแทนเข้ามาต่อยอดธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ เนื่องจากมองว่าธุรกิจดังกล่าวยังมีอนาคตอยู่ในทิศทางที่ดี และยังทำให้ CSS สามารถรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามสัดส่วนการถือหุ้น 25% ตลอดอายุโครงการ 20 ปี ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีโครงการอื่นๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง"นายสมพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์และลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนให้เติบโตต่อไปในอนาคต โดยมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้โครงการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และหวังว่าในอนาคตจะมีโครงการอื่นๆ ตามมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำรายได้ให้สูงขึ้น

ขณะที่นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ EPCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS) ซึ่งปัจจุบันถือหุ้น 89.88% โดยบริษัท โซล่า พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) ซึ่งถือหุ้น 100% ของทุนจดทะเบียนโดย EP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 75% ดำเนินการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน ของเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีมติอนุมัติให้บริษัท SPM เข้าทำบันทึกข้อตกลงลงทุนร่วมกันในโครงการ PKS โดยมี SPM ถือหุ้นในสัดส่วน 65% กับผู้ร่วมทุน คือ CSS ในสัดส่วน 25% และหุ้นส่วนที่เหลือถือหุ้นโดย Nam Viet Hung Investment Corporation ("NVH") ในสัดส่วน 5% และกรรมการ 1 ท่านของ NVH ถือหุ้นในสัดส่วน 5%

"การจับมือร่วมลงทุนกับ CSS ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญของ EPCO ในการขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเวียดนาม เนื่องจากทาง CSS ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพ มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือดูแลด้าน Transmission Line และสนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะโซลาร์ฟาร์ม เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการขยายธุรกิจของบริษัท

สำหรับการเข้าร่วมธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีโอกาสเติบโตได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีความต้องการใช้ไฟในระดับสูง นอกจากนี้ ยังมองว่าการร่วมทุนดังกล่าวถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะจะทำให้ทั้งสองบริษัทมีโอกาสศึกษาในเรื่องของการขยายการลงทุนร่วมกันอีกในอนาคต"นายยุทธ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ปัจจุบัน SPM ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EVN และลงนามในสัญญา EPC กับผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้วทั้ง2 โครงการและทางผู้รับเหมาได้เข้าทำการปรับพื้นที่เสร็จสมบูรณ์แล้วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานก่อสร้างในส่วนของโรงไฟฟ้าในเร็วๆนี้

ขณะเดียวกันการขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเวียดนามในครั้งนี้ จะส่งผลให้ EPCO มีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 550 เมกะวัตต์ ผ่านการลงทุนของ EP ผลักดันรายได้และกำไรในปี 62 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ