ข่าวอินโฟเควสท์
19:10 ภาวะตลาดหุ้นอินเดีย: ดัชนี Sensex ปิดแดนลบ นักลงทุนจับตาสหรัฐ-จีนเจรจาการค้า   ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียปิดในแดนลบวันนี้ หลังปรับตัวขึ้น 2 ว…
18:46 "หัวเว่ย"โต้ข่าว"บลูมเบิร์ก" ยันไม่มีโครงการร่วมมือกองทัพจีน   นายซง หลิวปิง หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ กล่าวยืนยั…
18:21 BEM-UNIQ และกลุ่มร่วมทุน BTS-GULF-STEC-RATCH ยื่นชิงงาน O&M มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง   รายงานข่าวจากกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในวันนี้ กรมทางหลวงได้เป…
18:10 ทั่วโลกจับตา"ทรัมป์" VS "สี จิ้นผิง" 09.30 น.เสาร์นี้ ชี้ชะตาสงครามการค้า   ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดพบกับประธานาธ…
18:03 (เพิ่มเติม) 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านจ่อยื่นเอาผิด "ชวน" ฐานละเว้นปฎิบัติหน้าที่ไม่บรรจุญัตติตรวจสอบที่มา ส.ว.   นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพ…

SIS แจงสินค้าจากจีนที่นำมาจำหน่ายยังไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีสงครามการค้า พร้อมติดตาม-ประสานงานใกล้ชิด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 14:50:59 น.

บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) แจ้งถึงผลกระทบผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลกับสินค้าจากประเทศจีนที่บริษัทจัดจำหน่ายอยู่ โดยในส่วนของ Huawei รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศห้ามส่งออก/ส่งมอบ สินค้า, บริการ และเทคโนโลยีให้กับบริษัท Huawei โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งผลกระทบดังกล่าว เกิดขึ้นกับบริษัทในแง่ที่กำลังจะเริ่มจำหน่ายสินค้าบางกลุ่มของบริษัท Huawei โดยจะเริ่มจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ Honor ซึ่งเป็นสินค้าของ Huawei ในเดือนมิถุนายน 2562

บริษัท Huawei ได้ยืนยันว่าโทรศัพท์ Honor ที่บริษัทสั่งซื้อไปแล้ว ถือเป็นสินค้าเดิมที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่สหรัฐฯเริ่มนำมาใช้กับโทรศัพท์ทั้งหมดที่สั่งซื้อไปแล้ว โดยสามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งทาง Google ได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยันเช่นกัน ทั้งนี้ ยกเว้นการเปลี่ยนระบบปฏิบัติการจากรุ่นปัจจุบันไปเป็นรุ่นใหม่ในอนาคต ยังไม่มีการยืนยันหรือปฏิเสธว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ส่วนเรื่องการ update โปรแกรมต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้โดยไม่มีผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่มีผลกระทบต่อสินค้าที่สั่งซื้อมาแล้ว แต่ผู้บริโภคอาจมีความกังวล ไม่มั่นใจ ซึ่งบริษัทต้องติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ Huawei ในการแก้ปัญหาต่อไป

สำหรับในส่วนของ Hikvision ฝ่ายบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลว่าอาจดำเนินการกับบริษัท Hikvision ในลักษณะเดียวกับ Huawei ซึ่งบริษัทเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้ากล้องวงจรปิดของ Hikvision มาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งบริษัทได้สอบถามและได้รับคำยืนยันจากผู้บริหารของ Hikvision ว่า Hikvision ไม่ได้พึ่งพาอุปกรณ์ บริการ หรือเทคโนโลยีจากสหรัฐฯเป็นหลัก จึงไม่ได้รับผลกระทบในแง่การผลิตสินค้า หรือการใช้งานสินค้าของบริษัท แต่ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ มีมาตรการห้ามเหมือนที่ดำเนินการกับ Huawei บริษัท Hikvision จะไม่สามารถขายสินค้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้ โดยจะมีผลทำให้ยอดขายรวมของ Hikvision ลดลง แต่เนื่องจาก Hikvision ขายสินค้าไปทั่วโลก ผลกระทบจึงมีไม่มาก เชื่อว่าบริษัท Hikvision ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง