ดัชนี Sensex ตลาดหุ้นอินเดียร่วงลงกว่า 200 จุด ปรับตัวลงเป็นวันที่ 3 โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติ
ดัชนี S&P BSE Sensex ปิดตลาดที่ 79,809.65 ลบ 270.92 จุด หรือ 0.34%
กระทรวงสถิติของอินเดียเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สำหรับช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.2568 ซึ่งเป็นไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2568-2569 ของอินเดีย
ทั้งนี้ เศรษฐกิจอินเดียมีการขยายตัว 7.8% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ไตรมาส และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.7% หลังจากมีการขยายตัว 7.4% ในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.2568
นอกจากนี้ อินเดียนับเป็นประเทศที่มีการขยายตัวมากที่สุดในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ขณะที่จีนมีการขยายตัวเพียง 5.2% ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.2568
การขยายตัวของอินเดีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชียรองจากจีนและญี่ปุ่น ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งส่งผลให้ภาคการก่อสร้างและภาคการเกษตรมีการขยายตัวที่สดใส
ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะมีมูลค่าแตะ 4.187 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้ สูงกว่าระดับ 4.186 ล้านล้านดอลลาร์ของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งจะทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ จีน และเยอรมนี