ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันศุกร์ (29 ส.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นธนาคารของอังกฤษ ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยูโรโซน
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 550.14 จุด ลดลง 3.53 จุด หรือ -0.64%
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,703.90 จุด ลดลง 58.70 จุด หรือ -0.76%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 23,902.21 จุด ลดลง 137.71 จุด หรือ -0.57% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 9,187.34 จุด ลดลง 29.48 จุด หรือ -0.32%
หุ้น Natwest ร่วงลง 4.8% ส่วนหุ้น Barclays และ Lloyds ลดลง 2.2% และ 3.4% ตามลำดับ หลังจากมีรายงานว่าหน่วยงานวิจัยได้แนะนำให้รัฐบาลอังกฤษเก็บภาษีจากภาคธนาคารในส่วนของดอกเบี้ยหลายพันล้านปอนด์ที่ได้รับจากธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) สำหรับเงินสำรองที่ฝากไว้กับ BoE ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปโดยรวมลดลง 0.9% และทำสถิติลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2566
ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลงรายสัปดาห์เป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศส และความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค.ติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง
ประเด็นความเป็นอิสระของเฟดถูกจับตามองมากขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้ารณรงค์เพื่อมีอิทธิพลต่อการดำเนินนโยบายการเงิน รวมถึงความพยายามถอดถอน ลิซา คุก ผู้ว่าการเฟดออกจากตำแหน่ง ขณะที่คุกได้ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันพฤหัสบดี โดยระบุว่า ทรัมป์ไม่มีอำนาจปลดเธอออกจากตำแหน่ง
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปีในเดือน ก.ค. สอดคล้องกับการคาดการณ์ โดยสะท้อนผลกระทบเพียงเล็กน้อยของมาตรการเก็บภาษีนำเข้าต่อเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสิ่งนี้จะไม่ขัดขวางเฟดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงาน
นักวิเคราะห์กล่าวว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. แต่ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นนี้ ก็สร้างข้อกังวลบางประการ
ตลาดหุ้นเยอรมนีปรับตัวลง หลังข้อมูลเงินเฟ้อของเยอรมนีในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ และจำนวนผู้ว่างงานแตะ 3 ล้านคนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ส่วนเงินเฟ้อของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปปรับตัวลงตามทิศทางในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยหุ้น ASML ร่วง 2.7% และหุ้น SAP ลดลง 1.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศปรับตัวขึ้น 0.4%
ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปรับตัวลง 3.3% ในสัปดาห์นี้ แย่กว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ จากความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ บายรู อาจล่มสลายในเดือนหน้า
ในเดือนก.ย.นั้น คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เช่นเดียวกับการประชุมในเดือนก.ค. หลังจากที่ได้ปรับลดดอกเบี้ยไปแล้ว 8 ครั้งนับตั้งแต่กลางปี 2567
หุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Orsted ร่วง 3.3% และหุ้น Vestas Wind ร่วงลง 3.1% หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกเงินทุนสนับสนุนมูลค่า 679 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการกังหันลมนอกชายฝั่ง 12 โครงการ
หุ้น Remy Cointreau ร่วงลง 4.1% แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตสุราของฝรั่งเศสรายนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรทั้งปีงบประมาณ 2568/2569 ขึ้นก็ตาม