ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร (6 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ขนาดใหญ่ที่นำตลาดปรับตัวขึ้นในวงกว้าง หลัง AstraZeneca ของอังกฤษประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัทสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,122.73 จุด เพิ่มขึ้น 118.16 จุด หรือ +1.18%
ดัชนี FTSE 100 ยังได้แรงหนุนจากเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออกให้กับบริษัทผู้ส่งออก
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเฮลท์แคร์เป็นกลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่นที่สุด โดยหุ้น AstraZeneca พุ่งขึ้น 5% หลังบริษัทประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท Bostongene ของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนางานด้านมะเร็งวิทยาที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดลพื้นฐาน ขณะที่หุ้น Oxford Biomedica และหุ้น GSK ต่างพุ่งขึ้นราว 4%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุด โดยเคลื่อนไหวตามราคาทองคำและโลหะเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหราชอาณาจักรเริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี FTSE 100 พุ่งทะลุระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ และการทำสถิติสูงสุดในวันอังคารนับเป็นครั้งที่ 4 จาก 5 วันทำการล่าสุด
หุ้นค้าปลีกแฟชั่น Next พุ่งขึ้น 4.9% หลังรายงานว่ายอดขายสินค้าในราคาปกติในช่วง 9 สัปดาห์จนถึงวันที่ 27 ธ.ค. ออกมาดีกว่าคาด และบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปีเป็นครั้งที่ 5 ภายในรอบปีที่ผ่านมา
ขณะที่หุ้นซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ Ocado พุ่งขึ้น 11.6% หลัง Worldpanel by Numerator ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาด ระบุว่า Ocado มีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงที่สุดในบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักรในไตรมาส 4
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ Deloitte ระบุว่า ผู้บริหารบริษัทในอังกฤษมีมุมมองเชิงบวกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังการประกาศงบประมาณของ เรเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลัง โดยประธานเจ้าหน้าที่การเงินมีความพร้อมที่จะเพิ่มการลงทุนมากขึ้น แม้ว่าภาพรวมความเชื่อมั่นยังคงอยู่ในระดับซบเซา