สหรัฐฯ ตัดสินใจไม่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่มาเก๊า โดยกล่าวหาว่ากฎระเบียบด้านวีซ่าของจีนเป็นการ "เลือกปฏิบัติ" ต่อนักการทูตอเมริกัน
แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระดับของผู้แทนที่จะเข้าร่วม แต่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้ต่อการที่จีนปฏิเสธคำร้องในการแก้ไขข้อจำกัดเดิมที่มีอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในการให้บริการด้านกงสุลฉุกเฉินแก่ชาวอเมริกันในมาเก๊า ทั้งนี้ การประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวเอเปค (APEC Tourism Ministerial Meeting) มีกำหนดจัดขึ้นที่มาเก๊าในสัปดาห์นี้
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.) ว่า "เมื่อจีนเลือกที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC ที่มุ่งเน้นด้านการท่องเที่ยวในมาเก๊า สหรัฐฯ จึงได้ขอให้จีนแก้ไขข้อกังวลของเราอีกครั้ง โดยเสนอแนวทางจัดการในเชิงบวก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่จีนปฏิเสธข้อเสนอของเรา และเลือกที่จะคงแนวปฏิบัติที่เป็นการเลือกปฏิบัติต่อไป"
ข้อพิพาทดังกล่าวได้ทำให้ความตึงเครียดที่คุกรุ่นมาอย่างยาวนานเห็นชัดขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าทั้งสองประเทศมหาอำนาจโลกกำลังพยายามสร้างเสถียรภาพให้กับความสัมพันธ์ ท่ามกลางประเด็นปัญหาที่สร้างความแตกแยกตั้งแต่เรื่องไต้หวันไปจนถึงเรื่องการค้า
ทั้งนี้ จีนได้กำหนดให้บุคลากรทางการทูตของสหรัฐฯ ต้องขอวีซ่าแยกต่างหากเพื่อเดินทางเข้ามาเก๊า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ ไม่มีสถานกงสุลตั้งอยู่ โดยสถานกงสุลใหญ่ของสหรัฐฯ ในฮ่องกงเป็นผู้รับผิดชอบดูแลงานบริการด้านกงสุลในมาเก๊า
ในช่วงปลายปีนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่เมืองเซินเจิ้น ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะเดินทางเข้าร่วม โดยเอเปค คือกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ 21 เขตเศรษฐกิจที่อยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก